365WECARE

แคลเซียม (Calcium) คืออะไร รากฐานสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ โดยมากกว่า 99% ของแคลเซียมทั้งหมดจะถูกเก็บสะสมไว้ในกระดูกและฟันเพื่อเป็นโครงสร้างหลัก ส่วนอีก 1% ที่เหลือจะกระจายตัวอยู่ในกระแสเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ แม้จะเป็นสัดส่วนที่น้อยแต่มันคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบชีพจรของร่างกายครับ

ความลับของแคลเซียม 1% ในเลือดที่คุมการทำงานของหัวใจและประสาท

รู้ไหมครับว่าแคลเซียมที่วนเวียนอยู่ในเลือดเพียงน้อยนิดนั้น ทำหน้าที่สำคัญมหาศาล ทั้งการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ การส่งผ่านกระแสประสาทให้ทำงานได้อย่างแม่นยำ รวมถึงช่วยในการทำงานของหลอดเลือดและการปลดปล่อยฮอร์โมนสำคัญๆ หากขาดส่วนนี้ไป ระบบภายในร่างกายจะรวนทันที

สัญญาณอันตราย เมื่อร่างกายแอบดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้จนพรุน

ร่างกายของเรามีกลไกอัจฉริยะที่ต้องรักษาแคลเซียมในเลือดให้สมดุลเสมอ หากคุณทานแคลเซียมไม่พอ ร่างกายจะ "ขโมย" แคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้เพื่อประคองระบบเลือด ผลที่ตามมาคือมวลกระดูกจะค่อยๆ บางลงและนำไปสู่ภาวะกระดูกพรุนในที่สุดโดยที่คุณไม่รู้ตัว

เจาะลึกแคลเซียมเสริม เลือกชนิดไหนให้คุ้มค่าและเหมาะกับเราที่สุด

ในท้องตลาดมีแคลเซียมให้เลือกหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละชนิดให้ปริมาณแคลเซียมและการดูดซึมที่ต่างกันครับ

  • แคลเซียมคาร์บอเนต: เป็นชนิดที่นิยมที่สุด เพราะมีความเข้มข้นของแคลเซียมสูงถึง 40% แต่ต้องการกรดในกระเพาะช่วยย่อย

  • แคลเซียมซิเตรต: มีความเข้มข้นประมาณ 20% แม้จะน้อยกว่าแต่ดูดซึมได้ดีกว่า และไม่จำเป็นต้องทานพร้อมอาหาร

ระวังสารพิษตกค้าง แหล่งแคลเซียมที่ควรเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ใช่แคลเซียมจากธรรมชาติทุกแหล่งจะดีเสมอไปครับ มีการศึกษาพบว่าแคลเซียมที่สกัดจาก เปลือกหอยนางรม, โดโลไมท์ หรือกระดูกป่น อาจมีการปนเปื้อนของสารตะกั่วและโลหะหนักได้ ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการสกัดที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

กินแคลเซียมตอนไหนดี เทคนิคการกินให้ดูดซึมได้เต็ม 100%

จังหวะเวลาในการกินมีผลต่อการดูดซึมมากครับ:

  • แคลเซียมคาร์บอเนต: ควรทานพร้อมหรือหลังอาหารทันที เพราะต้องใช้กรดในการย่อย

  • แคลเซียมซิเตรต: สามารถทานตอนท้องว่างได้เลย

  • เทคนิคพิเศษ: ควรแบ่งทานวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า-เย็น) แทนการทานมื้อเดียวปริมาณมาก เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมไปใช้งานได้ดีกว่า

ทำไมต้องกินแคลเซียมคู่กับวิตามินดี คู่หูเร่งการดูดซึมที่ลืมไม่ได้

แคลเซียมและวิตามินดีคือคู่หูที่ขาดกันไม่ได้ครับ เพราะวิตามินดีทำหน้าที่เหมือน "กุญแจ" ที่ช่วยเปิดประตูให้แคลเซียมถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น หากกินแคลเซียมเพียวๆ โดยไม่มีวิตามินดี แคลเซียมส่วนใหญ่จะถูกขับทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

เปิดลิสต์อาหารแคลเซียมสูง หาซื้อง่าย ประโยชน์ล้นจาน

หากไม่ยากทานอาหารเสริม คุณสามารถเติมแคลเซียมได้จากอาหารธรรมชาติเหล่านี้:

  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม: นม 1 กล่องให้แคลเซียมสูงถึง 300 มก.

  • ปลาเล็กปลาน้อย: ปลาซิวหรือกุ้งแห้งที่ทานได้ทั้งกระดูกและเปลือก

  • พืชตระกูลถั่ว: เต้าหู้แข็งและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

  • ผักใบเขียว: ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ซึ่งร่างกายนำไปใช้ได้ดีมาก

6 พฤติกรรมทำร้ายกระดูก ตัวการร้ายที่คอยแย่งแคลเซียมออกจากร่างกาย

พฤติกรรมเหล่านี้คือตัวการที่ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมทิ้งเร็วกว่าปกติ:

  • กินโปรตีนจากสัตว์มากเกินไป: ทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมผ่านปัสสาวะ

  • ติดรสเค็มจัด: โซเดียมจะดึงแคลเซียมออกมาทิ้งพร้อมน้ำปัสสาวะ

  • ดื่มกาแฟหรือชาหนัก: คาเฟอีนขัดขวางการดูดซึมและเร่งการขับแคลเซียม

  • ติดน้ำอัดลม: ฟอสฟอรัสที่สูงเกินไปจะทำให้ระดับแคลเซียมเสียสมดุล

  • ดื่มแอลกอฮอล์: ขัดขวางการทำงานของลำไส้ในการดูดซึมแคลเซียม

  • สูบบุหรี่: นิโคตินขัดขวางการนำแคลเซียมไปใช้ได้ลดลง

ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละเท่าไหร่ เช็กปริมาณที่เหมาะสมตามช่วงวัย

ความต้องการแคลเซียมจะเพิ่มขึ้นตามอายุครับ:

  • อายุต่ำกว่า 40 ปี: ควรได้รับ 800 มก./วัน (เทียบเท่านม 3-4 แก้ว)

  • วัยทอง (ประมาณ 50 ปี): ควรได้รับ 1,000 มก./วัน (เทียบเท่านม 4-5 แก้ว)

  • อายุ 60 ปีขึ้นไป หรือหญิงตั้งครรภ์: ควรได้รับ 1,200 มก./วัน (เทียบเท่านม 6-7 แก้ว)

วัยทองห้ามเลิก ทำไมผู้หญิงหมดประจำเดือนถึงต้องรีบเติมแคลเซียมด่วน

ในช่วง 10 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน กระดูกของผู้หญิงจะบางลงเร็วมากเนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) การเสริมแคลเซียมในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น "สิ่งจำเป็น" เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกและป้องกันอุบัติเหตุกระดูกหักที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้

สรุป

การดูแลกระดูกไม่ใช่เรื่องของคนแก่อย่างเดียวครับ แต่เป็นการสะสม "ต้นทุนกระดูก" ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ การทานอาหารแคลเซียมสูงคู่กับวิตามินดี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายกระดูก จะช่วยให้คุณมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจไปอีกยาวนานครับ 

 
 
1. Phyllis A. Balch. Stress. In: a member of Penguin Group (USA) Inc. Prescription for Nutritional Healing. Forth Edition. New York: AVERY; 2006. p. 33. 2. Melvin H. Williams. Nutrition for Health, Fitness, & Sport. Eighth edition. McGraw-Hill, 2007. 3. Dean, Carolyn. The Miracle of Magnesium. First edition. The Ballantine Publishing Group,2003. 4. วัลลภ พรเรืองวงศ์. แคลเซียม กินอย่างไรดี. [Internet]. เข้าถึงได้จาก :http://gotoknow.org/blog/health2you/2251. 5. Insel PM, Turner RE, Ross D, Nutrition. 3rd ed. Jones & Bartlett Pub, 2007; 477-83. 6. Whitney E, Rolfes SR, Understanding Nutrition. 12th ed. Wadsworth, Cengage Learning, 2011; 400-19 7. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill. 8. Duque, G., and Troen, B. (2008). Understanding the mechanisms of senile osteoporosis: new facts for major geriatric syndrome. J Am Geriatr Soc, 56, 935-941. 9. WebMD. Calcium [Website]. 2018[cited 2018 June 27]. Available from: https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-781/calcium

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้