365WECARE

เครื่องพ่นยา คืออะไร? รู้จักการทำงาน ประโยชน์ และวิธีใช้อย่างถูกต้อง 

เครื่องพ่นยา (Nebulizer) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เปลี่ยนยาน้ำให้กลายเป็นละอองฝอยขนาดเล็กมาก เพื่อให้ผู้ป่วยสูดดมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจโดยตรง ยาจะออกฤทธิ์ที่หลอดลมและปอดได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้ยาสูดแบบทั่วไปไม่สะดวก

เครื่องพ่นยาทำงานอย่างไร

หลักการทำงานของเครื่องพ่นยา คือการทำให้ตัวยาแตกตัวเป็น “ละอองขนาดเล็ก” (aerosol) ซึ่งมีขนาดเล็กพอที่จะเข้าสู่หลอดลมส่วนลึกได้ เมื่อผู้ป่วยสวมหน้ากากหรือใช้ปากคาบ (mouthpiece) และหายใจเข้า ละอองยาจะเข้าสู่ปอดโดยตรง ช่วยลดการอักเสบ ขยายหลอดลม หรือช่วยละลายเสมหะ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้

ประเภทของเครื่องพ่นยา

แบบคอมเพรสเซอร์ (Compressor Nebulizer)

ใช้แรงอัดอากาศเปลี่ยนยาน้ำเป็นละออง

  • ข้อดี: ราคาไม่สูง ใช้งานง่าย ทนทาน

  • ข้อจำกัด: ตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ มีเสียงขณะทำงาน

แบบอัลตราโซนิก (Ultrasonic Nebulizer)

ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างละอองยา

  • ข้อดี: เงียบ พ่นยาได้รวดเร็ว

  • ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่า และอาจไม่เหมาะกับยาบางชนิด

แบบเมช (Mesh Nebulizer)

ใช้แผ่นตาข่ายละเอียดสร้างละอองยา

  • ข้อดี: ขนาดเล็ก พกพาสะดวก เสียงเบามาก

  • ข้อจำกัด: ราคาสูง ต้องดูแลทำความสะอาดละเอียด

โรคหรืออาการที่มักใช้เครื่องพ่นยา

  • โรคหอบหืด

  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)

  • หลอดลมอักเสบ

  • ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

  • อาการไอมีเสมหะ หายใจมีเสียงวี้ด

  • ภาวะหลอดลมหดเกร็งในเด็กเล็ก

 

การใช้เครื่องพ่นยาจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ตรงจุด ลดอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก และช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น

เครื่องพ่นยาแตกต่างจากยาพ่นแบบสเปรย์อย่างไร

เครื่องพ่นยา

  • ใช้เวลาพ่นประมาณ 5–15 นาที
  • เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุ
  • ใช้ในช่วงอาการกำเริบรุนแรง

ยาพ่นแบบสเปรย์ 

  • ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
  • ต้องใช้เทคนิคการสูดที่ถูกต้อง
  • เหมาะสำหรับพกพาเเละใช้ประจำ

วิธีใช้เครื่องพ่นยาอย่างถูกต้อง

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมยา
  • เทยาตามปริมาณที่แพทย์สั่งลงในกระเปาะยา
  • ประกอบอุปกรณ์ให้ครบถ้วน
  • สวมหน้ากากให้แนบสนิท หรือใช้ปากคาบ
  • เปิดเครื่องและหายใจเข้า–ออกตามปกติ
  • ใช้เวลาประมาณ 5–15 นาที หรือจนยาหมด
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้งาน

ข้อควรระวัง

 

  • ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

  • ไม่ควรใช้ยาร่วมกันหลายชนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • หมั่นทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคสะสม

  • หากมีอาการใจสั่น มือสั่น หรือแน่นหน้าอกมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์

เครื่องพ่นยาเหมาะกับใคร

  • เด็กเล็กที่ยังควบคุมการสูดยาไม่ได้

  • ผู้สูงอายุ

  • ผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบรุนแรง

  • ผู้ที่ต้องพ่นยาต่อเนื่องตามแผนการรักษา

 ยาสำหรับเครื่องพ่น

ยาที่ใช้กับเครื่องพ่นยาจะอยู่ในรูปแบบยาน้ำสำหรับสูดดมโดยเฉพาะ ไม่สามารถใช้ยารับประทานหรือยาฉีดมาทดแทนได้ โดยกลุ่มยาที่พบได้บ่อย ได้แก่

ยาขยายหลอดลม (Bronchodilators)

ช่วยคลายกล้ามเนื้อหลอดลม ลดอาการหอบ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด มักใช้ในผู้ป่วยหอบหืดหรือหลอดลมหดเกร็งเฉียบพลัน

ยาสเตียรอยด์พ่น (Inhaled Corticosteroids)

ช่วยลดการอักเสบของหลอดลม เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีการอักเสบเรื้อรัง เช่น หอบหืด ควรใช้ตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด

น้ำเกลือพ่น (Normal Saline)

ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในทางเดินหายใจ ละลายเสมหะ ทำให้ขับเสมหะออกง่ายขึ้น มักใช้ในเด็กเล็กหรือผู้ที่มีเสมหะเหนียวข้น

ยาละลายเสมหะ (Mucolytics)

ช่วยทำให้เสมหะเหนียวน้อยลง ลดความข้น ทำให้ไอขับออกได้ง่ายขึ้น

ข้อสำคัญ: ควรใช้ยาตามคำสั่งแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรผสมยาหลายชนิดเองโดยไม่มีคำแนะนำ และต้องตรวจสอบปริมาณยาให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนใช้งาน

สรุป

เครื่องพ่นยาเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ช่วยให้ยาส่งตรงถึงปอดอย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการหอบ แน่นหน้าอก และช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น การเลือกใช้เครื่องควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งาน ความสะดวก และคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

 

 

 

 
 
 
 
 
 

วิธีการใช้งานเครื่องพ่นยาที่ปลอดภัย 

 

  1. แน่นอนว่าก่อนเริ่มการพ่นยานั้น ต้องล้างมือให้สะอาดเริ่มจากล้างมือด้วยสบู่ในน้ำสะอาดที่ไหลจากก๊อกประมาณ 20 วินาที จากนั้นล้างออกให้สะอาดแล้วใช้กระดาษเช็ดให้แห้ง
  2. เทยาใส่ถ้วย nebulizer ของเครื่องพ่นยาในปริมาณที่แพทย์แนะนำสำหรับการพ่นยา 1 ครั้ง จากนั้นปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ยาหกอย่าลืมเสียบปลั๊กก่อนใช้งาน
  3. ประกอบท่อพ่นยาหรือหน้ากากพ่นยาเข้ากับถ้วย nebulizer ต่อสายด้านหนึ่งเข้ากับถ้วย nebulizer จากนั้นให้คุณต่อปลายอีกด้านกับตัวเครื่อง
  4. เปิดเครื่อง อมท่อพ่นยาเข้าไปให้อยู่เหนือลิ้น จากนั้นปิดปากให้สนิทสูดยาเข้าไปช้าๆ ลึกๆ ถ้าเป็นเด็กหรือคนป่วยหนักใช้หน้ากากจะเหมาะกว่า
  5. สูดยาเข้าไปเรื่อยๆ นั่งหลังตรงและหายใจเอายาเข้าไปเรื่อยๆ จนหมดละออง ปกติจะใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที พอยาหมดแล้วละอองก็จะหยุดพ่น ดูให้แน่ใจว่าถ้วย nebulizer ว่างเปล่าแล้ว ระหว่างนั้นให้ดูทีวีหรือฟังเพลงฆ่าเวลาไปพลางๆ
  6. ปิดเครื่องพ่นยาทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ และอย่าลืมทำความสะอาด อย่าลืมถอดปลั๊กแล้วถอดสายต่อและแยกถ้วยยากับท่อพ่นหรือหน้ากากล้างถ้วยยากับท่อพ่นด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ จากนั้นล้างน้ำให้สะอาดเอาอุปกรณ์ไปผึ่งลมให้แห้งบนผ้าขนหนูเป็นขั้นตอนที่ต้องทำทุกครั้งหลังพ่นยาเสร็จ ไม่ต้องล้างสายต่อเพราะถ้าสายเปียกต้องเปลี่ยนใหม่

 

 

วิธีการเบื้อนต้นสำหรับการ สูดยาผ่านอุปกรณ์พ่นยา 

(ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์พ่นยาอาจแตกต่างกันเล็กน้อย)


 เปิดฝาครอบอุปกรณ์ออก


❀ หายใจออกทางปากจนสุด ระวังอย่าให้ลมหายใจเข้าไปในตัวเครื่อง จากนั้นอมอุปกรณ์พ่นยาให้สนิท


❀ หายใจเข้าทางปาก นำกระบอกพ่นยาออกจากปาก กลั้นหายใจ 5-10 วินาที หายใจออกตามปกติ


❀ ทำความสะอาดปากอุปกรณ์ และปิดฝาให้สนิทหลังใช้งานเสร็จแล้ว


❀ บ้วนปากทุกครั้งหลังใช้ยา (กรณีที่ยาพ่นมีส่วนผสมของสเตียรอยด์) เพื่อป้องกันอาการเสียงแหบ คอแห้ง หรือการเกิดเชื้อราในช่องปาก


     อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรใช้ยาภายใต้คำสั่งของแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ยาเภสัชกรทุกครั้ง ไม่ควรซื้อยารักษาเอง เพราะยาพ่นบางชนิดอาจมีส่วนผสมของของสเตียรอยด์ ทั้งยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกให้ยาแก่ผู้ป่วยอีกหลายประการ เช่น โรคประจำตัว อายุของผู้ป่วย ประวัติแพ้ยาบางชนิด ฉะนั้นแล้ว การใช้ยา

 

 

รู้จักอุปกรณ์พ่นยา ที่ใช้รักษาโรคระบบหายใจ 


     อุปกรณ์พ่นยาของตัวยาแต่ละชนิด อาจมีความแตกต่างกันตามแต่ที่บริษัทผู้ผลิตได้ทำการคิดค้นมา แต่เราสามารถจัดกลุ่มอุปกรณ์พ่นยาแบ่งตามรูปแบบของยาที่บรรจุอยู่ภายในและลักษณะของยาที่ถูกนำส่งออกมาจากอุปกรณ์ได้ดังนี้

 

  • ❀ อุปกรณ์พ่นยาที่นำส่งยาในรูปแบบของ Soft mist™ หรือ หมอก คือ Respimat® การสูดยาตัวนี้จะสูดเข้าทางปาก โดยอาศัยแรงสูดที่ช้า และลึก
  • ❀ อุปกรณ์พ่นยาที่นำส่งยาในรูปแบบของสารละลาย แต่เมื่อกดที่อุปกรณ์ตัวยาจะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบละอองฝอย คือ Pressurized Metered Dose Inhaler (pMDIs) ควรเขย่าอุปกรณ์นี้ในแนวขึ้นลงก่อนสูด 5-10 ครั้ง การสูดยาตัวนี้จะสูดเข้าทางปาก โดยอาศัยแรงสูดที่ช้า และลึก
  • ❀ อุปกรณ์พ่นยาที่นำส่งยาในรูปแบบของผงแห้ง ละเอียดเล็ก มี 3 ชนิด คือ Easy haler®, Turbuhaler® และ Accuhaler ® การสูดยาตัวนี้จะสูดเข้าทางปาก โดยอาศัยแรงสูดที่ เร็ว แรง และลึก
  • ❀ อุปกรณ์พ่นยาที่นำส่งยาในรูปแบบของผงแห้ง ละเอียดเล็ก ซึ่งบรรจุอยู่ในตัวแคปซูล มี 2 ชนิด คือ Beezhaler® และ Handihaler® ก่อนใช้อุปกรณ์จะต้องทำการบรรจุเม็ดแคปซูลยาลงในอุปกรณ์ และทำการกดที่อุปกรณ์เพื่อเจาะเม็ดแคปซูลยา จึงจะพร้อมสูดยาได้ การสูดยาตัวนี้จะสูดเข้าทางปาก โดยอาศัยแรงสูดที่ เร็ว แรง และลึก
  • ❀ อุปกรณ์กักเก็บยา ใช้กรณีผู้ป่วยมีการหายใจไม่สัมพันธ์กับการกดอุปกรณ์พ่นยากับอุปกรณ์พ่นยาชนิด มี 2 ชนิด คือ AeroChamber® และ Spacer® อุปกรณ์นี้จะช่วยในการส่งยาเข้าสู่ปอดได้ง่ายขึ้น ทั่วไปมักมีลักษณะเป็นกระบอกแนวยาว หรือรูปกรวยโดยต่อตัวอุปกรณ์ช่วยเข้ากับอุปกรณ์พ่นยาในข้างต้นด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งอาจเป็นท่อให้ใช้ปากอมเพื่อสูดยา หรือมีลักษณะเป็นหน้ากากครอบจมูกและปาก อุปกรณ์กักเก็บยาชนิดที่เป็นหน้ากากให้ผู้ป่วยครอบหน้ากากบริเวณจมูกและปาก และหายใจตามปกตินาน 10-15 วินาที กรณีเด็กเล็กแนะนำให้หายใจเข้าออก 3-4 ครั้ง ต่อการกดยา 1 ครั้ง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้