365WECARE

อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อตัวช่วยเสริมความมั่นคง ลดแรงตึงจากการใช้งานร่างกาย

อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อ เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประคองกล้ามเนื้อและข้อต่อ ลดแรงตึงหรือแรงกระแทกจากการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย ใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ หรือรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณกล้ามเนื้อบางส่วน บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับประเภท หลักการทำงาน วิธีเลือกใช้ และข้อควรระวัง เพื่อให้เลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม

อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อคืออะไร และทำงานอย่างไร 

อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อ (Muscle Support / Compression Support) คืออุปกรณ์ที่ช่วยรัดกระชับและประคองกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา เข่า ไหล่ หรือเอว

หลักการทำงาน ได้แก่

  • ให้แรงรัดพอเหมาะเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อ

  • เพิ่มความรู้สึกมั่นคงระหว่างการเคลื่อนไหว

  • ช่วยกระจายแรงและลดภาระเฉพาะจุด

ประเภทของอุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อ

แบบปลอกรัด (Compression Sleeve)

  • รัดกระชับรอบกล้ามเนื้อ

  • เหมาะกับการออกกำลังกายหรือกิจกรรมทั่วไป

แบบสายรัดเฉพาะจุด (Support Wrap / Strap)

  • ปรับระดับความกระชับได้

  • เหมาะกับบริเวณที่ต้องการพยุงเฉพาะจุด

แบบมีโครงเสริมบางส่วน

  • เพิ่มความมั่นคงมากขึ้น

  • ใช้ในกรณีที่ต้องการจำกัดการเคลื่อนไหวบางมุม

ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้งาน

  • ผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

  • ผู้ที่ทำงานใช้แรงซ้ำ ๆ

  • ผู้ที่รู้สึกเมื่อยล้ากล้ามเนื้อ

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นคงขณะทำกิจกรรม

วิธีเลือกอุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อให้เหมาะสม

เลือกตามตำแหน่งกล้ามเนื้อ

เช่น ต้นขา น่อง ไหล่ แขน หรือหลัง

เลือกขนาดให้พอดี

  • ไม่แน่นจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก

  • ไม่หลวมจนไม่เกิดแรงพยุง

เลือกวัสดุที่ระบายอากาศดี

เพื่อป้องกันการอับชื้นและการระคายเคืองผิว

ข้อควรระวังในการใช้งาน

  • ไม่ควรพึ่งพาอุปกรณ์โดยไม่เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  • ไม่ควรใส่ตลอดทั้งวันโดยไม่จำเป็น

  • หากมีอาการบวม ปวดรุนแรง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

แนวทางดูแลกล้ามเนื้อควบคู่กัน

  • วอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย

  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังทำกิจกรรม

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม

สรุป

อุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยเสริมความมั่นคงและลดแรงตึงจากการใช้งานร่างกาย การเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับตำแหน่งและกิจกรรม พร้อมดูแลกล้ามเนื้ออย่างครบถ้วน จะช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

 

 

 
 

าเหตุของ Tennis elbow

มักเกิดจากการใช้งานซ้ำๆมากจนเกินไป(overuse) เช่น นักกีฬาเทนนิส / แบดมินตัน , การกระดกข้อมือเพื่อพิมพ์คีย์บอร์ดต่อเนื่องเป็นเวลานาน , ช่างซ่อมที่ต้องใช้เครื่องมือประเภท คีมห รือไขควง เป็นต้น หรือมีการสะบัด / ตวัดข้อมือขึ้นแรงๆ จนทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาดของเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณศอก

 

วิธีการรักษา Tennis elbow

1. การรักษาโดยไม่ใช้การผ่าตัด (Non-surgical treatment)

- ในระยะแรก หากยังมีอาการบวม แดง และร้อนบริเวณข้อศอก แนะนำให้พักการใช้งานแขนข้างที่มีอาการ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดอาการ และประคบเย็นบริเวณที่มีอาการปวดประมาณ15 - 20 นาที จะช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมได้

2. ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal anti-inflammatory drug: NSAIDs) เพื่อช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวด

3. Platelet Rich Plasma (PRP) คือการสกัดเอาเกล็ดเลือด โปรตีน ฮอร์โมน growth factor และเซลล์จากกระแสเลือด แล้วฉีดกลับเข้าไปยังส่วนที่ได้รับการบาดเจ็บหรือมีการอักเสบ ซึ่งจะช่วยในการสมานแผลและซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่บาดเจ็บ

4. Prolotherapy injection คือฉีดกลูโคสเข้าไปที่บริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ หรือมีการอักเสบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมเร่งกระบวนการฟื้นฟูและรักษาตามธรรมชาติ โดยจะใช้เครื่องอัลตราซาวน์ในการนำการฉีดยา เพิ่มความปลอดภัยและแม่นยำในการฉีด และลดความเสี่ยงการฉีดไปโดนเส้นประสาท

 

ท่าบริหารเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เป็นโรค Tennis elbow

1. ท่ายืดกล้ามเนื้อแขนด้านหน้า (Wrist flexors stretch)

วิธียืด : หงายฝ่ามือพร้อมกระดกข้อมือขึ้น เหยียดศอกตรง ใช้มืออีกข้างช่วยในการกระดกข้อมือ ยืดค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

2. ท่ายืดกล้ามเนื้อแขนด้านหลัง (Wrist extensors stretch)

วิธียืด : คว่ำฝ่ามือพร้อมกระดกข้อมือลง เหยียดศอกตรง ใช้มืออีกข้างช่วยในการกระดกข้อมือ ยืดค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

3. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแขนด้านหน้า (Wrist flexors strengthening)

วิธีทำ : ตั้งศอก 90°กับลำตัว ถือดัมเบลล์หรือขวดน้ำ หนักประมาณ 1 kg หงายฝ่ามือพร้อมกระดกข้อมือขึ้น ทำทั้งหมด 10 ครั้ง 3 เซต

4. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแขนด้านหลัง (Wrist extensor strengthening)

วิธีทำ : ตั้งศอก 90° กับลำตัว ถือดัมเบลล์หรือขวดน้ำ หนักประมาณ 1 kg คว่ำฝ่ามือลงพร้อมกระดกข้อมือขึ้น ทำทั้งหมด 10 ครั้ง 3 เซต

5. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อในการบิดหมุนข้อมือ (Supinator & pronator strengthening)

วิธีทำ : ตั้งศอก 90°กับลำตัว ถือดัมเบลล์หรือขวดน้ำ หนักประมาณ 1 kg หมุนฝ่ามือหงายสลับกับคว่ำมือ ทำทั้งหมด 10 ครั้ง 3 เซต

6. ท่าบีบลูกบอล

วิธีทำ : กำลูกบอลค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง 3 เซต

7. ท่ากางนิ้ว 

วิธีทำ : ใช้ยางยืดหรือหนังยางสวมไว้บริเวณนิ้วแล้วกางออก ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง 3 เซต

 

วิธีการดูแลรักษา

  1. ซักมือด้วยน้ำเย็นและสบู่อ่อน ห้ามใข้น้ำยาซักแห้ง น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือน้ำยาฟอกขาว
  2. ซับน้ำออกด้วยผ้าแห้ง ห้ามบิด
  3. ตากในที่ร่ม ลมโกรก ควรเลี่ยงการสัมผัสกับความร้อนและแสงแดดโดยตรง
  4. ห้ามซักแห้ง หรือปั่นให้แห้ง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้