365WECARE

เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด: อุปกรณ์ติดตามระดับกลูโคสเพื่อการดูแลสุขภาพ

เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด คืออุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับกลูโคสในกระแสเลือด เพื่อช่วยติดตามค่าในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำตาลตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ การวัดอย่างสม่ำเสมอและบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เห็นแนวโน้มของระดับน้ำตาล และใช้ประกอบการประเมินสุขภาพได้อย่างเป็นระบบ

เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดคืออะไร

เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับวัดระดับ กลูโคส (Glucose) ในเลือด โดยแสดงผลเป็นตัวเลขบนหน้าจอ หน่วยวัดที่ใช้ทั่วไปคือ

  • มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)

  • มิลลิโมลต่อลิตร (mmol/L)

ค่าที่ได้ควรพิจารณาร่วมกับคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากช่วงค่าที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ประเภทของเครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด

แบบเจาะปลายนิ้ว (Blood Glucose Meter)

ลักษณะการทำงาน:

  • ใช้เข็มเจาะเลือดขนาดเล็กบริเวณปลายนิ้ว

  • หยดเลือดลงบนแผ่นทดสอบ (Test Strip)

  • เครื่องจะแสดงผลภายในไม่กี่วินาที

เหมาะสำหรับ:

  • การวัดเป็นช่วงเวลา เช่น ก่อนหรือหลังอาหาร

  • ผู้ที่ต้องการควบคุมความถี่ในการตรวจด้วยตนเอง

แบบติดตามต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring: CGM)

ลักษณะการทำงาน:

  • ติดเซนเซอร์ใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขนหรือหน้าท้อง

  • วัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่องตลอดวัน

  • บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเพื่อดูแนวโน้มข้อมูลย้อนหลัง

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่ต้องติดตามระดับน้ำตาลตลอด 24 ชั่วโมง

  • ผู้ที่ต้องการดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของค่าแบบละเอียด

วิธีใช้เครื่องแบบเจาะปลายนิ้วอย่างเหมาะสม

  • ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง
  • ใส่แผ่นทดสอบเข้ากับเครื่อง
  • ใช้เข็มใหม่ทุกครั้งที่เจาะ
  • หยดเลือดในปริมาณที่กำหนดลงบนแผ่นทดสอบ
  • บันทึกค่าพร้อมวันและเวลา

การปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ค่าที่ได้มีความสอดคล้องกันมากขึ้น

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อ

  • มาตรฐานรับรองของอุปกรณ์

  • ราคาและความพร้อมของแผ่นทดสอบในท้องตลาด

  • ความง่ายในการใช้งานและอ่านค่า

  • ระบบบันทึกข้อมูลย้อนหลัง

  • ขนาดและความสะดวกในการพกพา

การดูแลรักษาอุปกรณ์

 

  • เก็บเครื่องในที่แห้ง อุณหภูมิเหมาะสม

  • ปิดฝาภาชนะแผ่นทดสอบทันทีหลังใช้งาน

  • ตรวจสอบวันหมดอายุของแผ่นทดสอบก่อนใช้

  • เปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อหน้าจอแสดงสัญลักษณ์เตือน

 

สังเกตได้อย่างไรว่าเสี่ยงเป็นเบาหวาน 

       ผู้ป่วยเบาหวานมากกว่าครึ่ง มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นป่วยเป็นเบาหวาน กว่าจะรู้ตัวอีกที อาการก็อาจจะเป็นหนักไปเสียแล้ว กลายเป็นโรคเบาหวานแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น ต้องหมั่นสังเกตอาการตัวเอง ซึ่งสามารถสังเกตได้ ดังนี้

  • ► ปัสสาวะบ่อย และปริมาณมาก เพราะไต ได้ทำการกรองน้ำตาลส่วนเกินที่มากกว่าความจำเป็นของร่างกาย ให้ออกมาทางปัสสาวะ
  • ► หิวน้ำบ่อย ซึ่งเกิดมาจากร่างกายที่ขับปัสสาวะออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ จึงรู้สึกหิวน้ำนั่นเอง
  • ► กินมากกว่าปกติ แต่น้ำหนักลดลง
  • ► ร่างกายเป็นแผลง่าย เมื่อเป็นแล้วหายช้ากว่าปกติ
  • ► ตาพร่ามัว เบลอ มองอะไรไม่ชัดเจน
  • ► เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียง่าย หิวบ่อย
  • ► ชาตามปลายมือและปลายเท้า

     หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการและหาทางรักษา วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ต้องหมั่นตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดด้วย เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด อยู่เสมอ เพราะหากมีความผิดปกติ จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที โอกาสเป็นโรคเบาหวานก็จะยิ่งน้อยลง  

 

ข้อดีของการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

  • ใช้ตรวจสอบผลเลือดสำหรับผู้ที่มีอาการแสดงหรือมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
  • ใช้ติดตามระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว หรือต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด
  • ใช้ประเมินผลการรักษาและประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน
  • ใช้ในการตรวจป้องกัน อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อมีอาการระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ในผู้ป่วยเบาหวาน

 

นอกจากการใช้เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือดแล้วควรดูแลตนเองอย่างไรถึงจะดี

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ดื่มน้ำเปล่าสะอาด พยายามจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน
  • ทานอาหารในปริมาณน้อย โดยแบ่งเป็นมื้อย่อย ๆ 5 - 6 มื้อ แทนการทานอาหารมื้อใหญ่
  • หลีกเลี่ยงการทานของหวาน เพราะในของหวานมีส่วนประกอบของน้ำตาล มากกว่าอาหารชนิดอื่น ๆ 
  • มองโลกในแง่ดี ไม่เครียด
  • ตรวจวัดน้ำตาลอยู่เป็นประจำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด
  • ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะนอกจากจะเสี่ยงเป็นเบาหวานแล้ว โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ จะตามมาด้วย เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิต
  • ควบคุมแคลอรี่ โดยปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวัน จะอยู่ที่ประมาณ 30 - 35 กิโลแคลอรี่/น้ำหนักตัวมาตรฐาน 1 กิโลกรัม
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรใช้ เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด เวลาไหนและควรควบคุมตัวเลขให้อยู่ที่เท่าไหร่
  • ก่อนทานอาหาร ระดับน้ำตาลควรอยู่ที่ 90 - 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • หลังทานอาหาร 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลควรน้อยกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • หากคุณรู้สึกใจสั่น หน้ามืด เหงื่อออก เป็นลม ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย จะต้องเจาะเลือดเพื่อประเมินระดับน้ำตาลในเลือด โดยที่ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ควรน้อยกว่า 7%

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้