365WECARE

พลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผล: คู่มือพื้นฐานสำหรับการดูแลบาดแผลอย่างเหมาะสม

พลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผล เป็นชุดอุปกรณ์สำคัญสำหรับการดูแลบาดแผลเบื้องต้น ช่วยปกป้องแผลจากสิ่งสกปรก ลดการปนเปื้อน และสนับสนุนกระบวนการดูแลความสะอาด เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน สถานพยาบาล หรือพกติดกระเป๋าในชีวิตประจำวัน บทความนี้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับประเภท ประโยชน์ วิธีเลือกใช้ และข้อควรระวัง เพื่อให้ดูแลแผลได้อย่างเหมาะสม

พลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผลคืออะไร 

พลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผล (Bandages & Wound Care Supplies) คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับปิด คลุม หรือดูแลบาดแผล เพื่อช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและลดการเสียดสีบริเวณแผล

อุปกรณ์พื้นฐานมักประกอบด้วย

  • พลาสเตอร์ปิดแผล

  • ผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ

  • เทปทางการแพทย์

  • น้ำยาทำความสะอาดแผล

ประเภทของพลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผล

พลาสเตอร์ปิดแผล (Adhesive Bandage)

  • เหมาะสำหรับแผลขนาดเล็ก

  • ใช้งานสะดวก พกพาง่าย

ผ้าก๊อซและแผ่นปิดแผล (Gauze & Dressing Pad)

  • เหมาะสำหรับแผลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

  • ใช้ร่วมกับเทปทางการแพทย์

เทปทางการแพทย์ (Medical Tape)

  • ใช้ยึดผ้าก๊อซหรือแผ่นปิดแผล

  • มีหลายชนิด เช่น เทปผ้า เทปใส

ชุดทำแผลสำเร็จรูป

  • รวมอุปกรณ์พื้นฐานไว้ในชุดเดียว

  • เหมาะสำหรับพกพาหรือใช้งานฉุกเฉิน

ประโยชน์ของพลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผล

  • ช่วยปกป้องแผลจากสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง
  • ลดการเสียดสีที่อาจกระทบต่อแผล
  • ช่วยซับของเหลวจากแผลในกรณีจำเป็น
  • สนับสนุนการดูแลความสะอาดของบาดแผล
  • เพิ่มความสะดวกในการดูแลแผลในชีวิตประจำวัน

วิธีดูแลแผลเบื้องต้นอย่างเหมาะสม

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผล

  • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาที่เหมาะสม

  • ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าก๊อซสะอาด

  • ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือแผ่นปิดแผลที่เหมาะสม

  • เปลี่ยนวัสดุปิดแผลเมื่อเปียกหรือสกปรก

วิธีเลือกอุปกรณ์ทำแผลให้เหมาะสม

  • เลือกขนาดให้พอดีกับบาดแผล

  • เลือกวัสดุที่ไม่ระคายเคืองผิว

  • ตรวจสอบว่าเป็นแบบปราศจากเชื้อ (Sterile) ในกรณีจำเป็น

  • พิจารณาความสะดวกในการใช้งานและพกพา

ข้อควรระวัง

  • หากแผลลึก มีเลือดออกมาก หรือมีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

  • หากมีอาการบวม แดง หรือมีของเหลวผิดปกติ ควรติดตามอาการ

  • ไม่ควรใช้วัสดุทำแผลที่หมดอายุหรือบรรจุภัณฑ์ชำรุด

สรุป

พลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูแลบาดแผลเบื้องต้น ช่วยปกป้องแผลจากสิ่งปนเปื้อนและสนับสนุนการดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม การเลือกชนิดและขนาดที่เหมาะสม พร้อมดูแลเปลี่ยนวัสดุปิดแผลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การดูแลแผลเป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะ

 

พลาสเตอร์และอุปกรณ์ทำแผลกับชนิดของแผล


✿ พลาสเตอร์แบบแถบกาวหรือผ้าก๊อซ ควรใช้พลาสเตอร์ชนิดนี้กับแผลบนฝ่ามือ หัวเข่า และบริเวณอื่นที่เสียดสีกับเสื้อผ้าหรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกได้ง่าย หากแผลมีขนาดเล็กและไม่ได้อยู่ในบริเวณดังกล่าว อาจไม่จำเป็นต้องปิดพลาสเตอร์ เนื่องจากแผลจะแห้งเร็วและหายได้เองแม้ไม่ใช้พลาสเตอร์ปิดแผลไว้

✿ พลาสเตอร์ชนิดพิเศษแบบปิดแน่นหรือกึ่งปิดแน่น แพทย์อาจแนะนำให้ใช้พลาสเตอร์ชนิดนี้กับแผลที่มีขนาดใหญ่ เพื่อคงความชุ่มชื้นและลดการเกิดรอยแผลเป็น โดยพลาสเตอร์แต่ละชนิดเหมาะกับการใช้งานแตกต่างกันไปตามลักษณะ ประเภท และบริเวณที่เกิดแผล ทั้งนี้ ผู้ใช้ควรเลือกพลาสเตอร์ให้เหมาะสม โดยพิจารณาจากบาดแผลที่เกิดขึ้น ดังนี้

✿ แผลเปิด บาดแผลที่ฉีกขาดเล็กน้อยสามารถใช้พลาสเตอร์แบบผีเสื้อปิดตามแนวขวาง แต่หากเป็นแผลยาว ลึก หรือมีเลือดออกมาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาและเย็บปิดบาดแผลอย่างเหมาะสม

✿ แผลบนใบหน้า หากแผลมีขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องปิดพลาสเตอร์ หรืออาจใช้พลาสเตอร์ปิดแผลแบบแถบกาว แต่หากแผลมีขนาดใหญ่และลึกมาก อาจจำเป็นต้องเย็บแผลเพื่อห้ามเลือด ลดการติดเชื้อ และช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น

✿ แผลจากของมีคมบาดมือหรือเท้า แผลชนิดนี้มีโอกาสสัมผัสสิ่งสกปรกมากกว่าแผลบริเวณอื่น ๆ และอาจเสียดสีกับถุงเท้าหรือรองเท้าจนเกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้น ควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์และเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุกครั้งที่เริ่มเปียกหรือสกปรก แต่หากแผลลึกมาก ควรไปพบแพทย์ เพราะแผลอาจเสี่ยงติดเชื้อได้

✿ แผลบนข้อนิ้ว นิ้วมือ และส้นเท้า การปิดแผลบริเวณเหล่านี้อาจทำให้พลาสเตอร์หลุดออกได้ง่าย เนื่องจากเป็นอวัยวะส่วนที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ควรปิดแผลไว้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ โดยควรใช้พลาสเตอร์รูปทรงนาฬิกาทราย หรือตัวเอช (H) ซึ่งเหมาะกับการปิดแผลตามข้อต่อของร่างกายและแผลบริเวณปลายนิ้วมือ และช่วยป้องกันการเกิดรอยย่นซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้พลาสเตอร์หลุดออกได้ง่าย

✿ เข่าหรือข้อศอกถลอก อาจปิดรอยแผลถลอกบริเวณหัวเข่าหรือข้อศอกด้วยพลาสเตอร์ขนาดใหญ่ หรือพลาสเตอร์ปิดแผลแบบแถบกาวที่มี 4 แฉก เนื่องจากพลาสเตอร์ชนิดนี้ติดแน่นและป้องกันการหลุดออกได้ดี นอกจากนี้ อาจใช้พลาสเตอร์แบบเหลว ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยหยุดเลือด ปกป้องแผลจากน้ำและสิ่งสกปรกเพื่อลดการติดเชื้อ

✿ แผลถลอกขนาดใหญ่ การทายาฆ่าเชื้อหรือใช้พลาสเตอร์ที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นจะช่วยให้แผลลักษณะนี้หายเร็วขึ้น หากแผลไม่ตกสะเก็ดและยังเป็นแผลสดอยู่ ควรล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดพลาสเตอร์อย่างสม่ำเสมอ และสังเกตว่าแผลมีการติดเชื้อหรือไม่

✿ แผลพุพอง แผลที่มีตุ่มน้ำอาจไม่จำเป็นต้องรักษาหรือปิดพลาสเตอร์ เนื่องจากแผลชนิดนี้สามารถหายเองได้ หากมีแผลพุพองบริเวณที่เกิดการเสียดสีได้ง่าย เช่น ฝ่าเท้า อาจใช้ผ้าก๊อซเนื้อนุ่มปิดแผลเพื่อป้องกันการกดทับ หากตุ่มน้ำแตกและของเหลวไหลออกจากแผลแล้ว จึงค่อยใช้พลาสเตอร์ปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

✿ แผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก หากอาการไม่รุนแรงมากสามารถรักษาได้ด้วยตนเอง โดยควรล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำเย็นแล้วใช้ยาฆ่าเชื้อทาบาง ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ห้ามใช้น้ำมันหรือแป้งทาลงบนแผลเด็ดขาด จากนั้นปิดแผลด้วยผ้าก๊อซแล้วใช้เทปกาวปิดทับเพื่อยึดไม่ให้ผ้าก๊อซที่ปิดไว้หลุด แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้พลาสเตอร์ปิดแผลชนิดนี้เพราะมีเนื้อกาวเหนียวที่อาจสัมผัสกับบาดแผล  

 

  ● อุปกรณ์ทำแผล

  จากการติดตามผู้ป่วยบางรายที่มาพบแพทย์ตามนัด พบว่ายังมีผู้ป่วยเกิดการอักเสบติดเชื้อที่แผล ภายหลังการผ่าตัด และหลังทำหัตถการ ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อที่พบเกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจ และขาดประสบการณ์ในการดูแลแผลที่เท้าของผู้ป่วยและผู้ดูแล รวมทั้งการล้างแผลไม่ถูกวิธี ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เพิ่มระยะเวลาการรักษา เกิดความวิตกกังวล บางรายอาจสูญเสียอวัยวะได้หากมีอาการติดเชื้อที่รุนแรงมาก เพื่อลดภาวะเสี่ยงในการติดเชื้อ และสูญเสียอวัยวะในภายหลัง การล้างแผลที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ


  ● ชนิดของการล้างแผล

  การล้างแผลแบบแห้ง ใช้สำหรับล้างแผลสะอาด แผลปิด แผลที่ไม่มีการอักเสบ เป็นแผลเล็กๆ การล้างแผลแบบเปียก ใช้สำหรับล้างแผลที่มีลักษณะเป็นแผลเปิด แผลอักเสบติดเชื้อ การปิดแผลขั้นแรกจะใช้วัสดุที่มีความชื้น เช่น ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือ (0.9% normal saline) ปิดไว้ แล้วปิดด้วยผ้าก๊อซแห้งอีกครั้ง


  ● วัตถุประสงค์ของการล้างแผล

  เพื่อให้แผลมีสภาวะที่ดี เหมาะแก่การงอกของเนื้อเยื่อดูดซึมสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำเหลือง หนอง

จำกัดการเคลื่อนไหว ของแผลให้อยู่นิ่งให้ความชุ่มชื้น กับพื้นผิวของแผลอยู่เสมอป้องกันไม่ให้ผ้าปิดแผลติด และดึงรั้งเนื้อเยื่อที่งอกใหม่ป้องกันแผล หรือเนื้อเยื่อที่เกิดใหม่จากสิ่งกระทบกระเทือนป้องกันแผลปนเปื้อนเชื้อโรค จากอุจจาระ ปัสสาวะ หรือสิ่งสกปรกอื่นๆเป็นการห้ามเลือด


  ● อุปกรณ์ที่ใช้ล้างแผล

  ชุดทำแผลที่ผ่านขั้นตอนการทำให้ปราศจากเชื้อ ประกอบด้วยปากคีบชนิดไม่มีเขี้ยว ปากคีบมีเขี้ยว ถ้วยใส่น้ำยา สำลี ผ้าก๊อซ น้ำยาฆ่าเชื้อ เบตาดีน หรือโปรวิดีน ไอโอดีน หรือยาฆ่าเชื้ออื่นๆ ตามแผนการรักษาของแพทย์ น้ำเกลือล้างแผล (โซเดียมคลอไรด์) แอลกอฮอล์ 70% ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบๆ พลาสเตอร์ และผ้าพันแผล แต่แผลบางชนิดอาจไม่ต้องใช้


ขั้นตอนการล้างแผลแบบแห้ง

  1. 1. เปิดแผล โดยใช้มือหยิบผ้าปิดแผล โดยพับส่วนที่สัมผัสแผลอยู่ด้านในทิ้งลงในภาชนะรองรับ
  2. 2. เปิดชุดทำแผล หยิบปากคีบอันแรก โดยใช้มือจับด้านนอกของผ้าห่อชุดทำแผล หยิบขึ้น แล้วหยิบปากคีบอันที่สอง โดยใช้ปากคีบอันแรกหยิบ และส่งให้มืออีกข้างหนึ่ง โดยให้มือข้างที่ถนัดจับปากคีบมีเขี้ยว กรณีที่ใส่ถุงมือปลอดเชื้อให้ใช้มือหยิบได้เลย ใช้ปากคีบไม่มีเขี้ยว คีบสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% ประมาณ 2/3 ของก้อน หรือพอหมาด ส่งต่อปากคีบมีเขี้ยวที่อยู่ต่ำกว่า นำไปเช็ดชิดขอบแผล และวนออกนอกแผลประมาณ 2-3 นิ้ว หากยังไม่สะอาด ให้ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดซ้ำ สำลีที่ใช้ทำความสะอาดแล้วให้ทิ้งลงในภาชนะรองรับ โดยที่ปากคีบไม่สัมผัสภาชนะรองรับ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ และติดพลาสเตอร์ ตามแนวขวางของลำตัว


ขั้นตอนการล้างแผลแบบเปียก

✿ เปิดแผล โดยใช้มือหยิบผ้าปิดแผลส่วนบนทิ้งลงในภาชนะรองรับ เปิดผ้าปิดแผลชั้นที่ติดกับแผลด้วยปากคีบมีเขี้ยว หากผ้าปิดแผล หรือผ้าก๊อชแห้งติดแผลให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือหยดบนผ้าปิดแผลหรือผ้าก๊อซก่อน เพื่อให้เลือด หรือน้ำเหลืองอ่อนตัว จะช่วยให้ผ้าปิดแผลหลุดง่าย และไม่ทำลายเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมาใหม่ทำความสะอาดริมขอบแผล เช่นเดียวกับการล้างแผลแบบแห้ง ใช้สำลีชุบน้ำเกลือ หรือน้ำยาเช็ดภายในแผลจนสะอาด  ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำยาใส่ในแผล เพื่อฆ่าเชื้อโรค ดูดซับสิ่งคัดหลั่ง และให้ความชุ่มชื้นแก่เนื้อเยื่อ ปิดแผลด้วยผ้า หรือผ้าก๊อซหุ้มสำลีตามขนาดของแผล และปิดพลาสเตอร์ตามแนวขวางของลำตัวสำหรับแผลที่เท้าของผู้เป็นเบาหวาน แพทย์จะต้องประเมินตามสภาพของแผล เช่น หากเป็นแผลผ่าตัดจัดเป็นแผลสะอาด ส่วนแผลที่มีหนอง อักเสบ บวม แดง หรือมีเนื้อตาย ถ้าได้รับการดูแลเอาหนอง หรือตัดเนื้อตายออก และล้างแผลให้สะอาดจากแพทย์โดยไม่มีการติดเชื้อแล้ว จัดว่าเป็นแผลสะอาด

 


คำแนะนำในการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับการดูแลแผล 

✿ ระวังไม่ให้แผลถูกน้ำ หรือเปียกชุ่ม หากแผลชุ่มมากควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่ทันที

✿ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำ โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ เช่น วิตามินซี เอ และ อี เป็นต้น เพื่อสร้างเนื้อเยื่อ และเสริมความแข็งแรงให้กับแผลหากเกิดอาการคัน หรือแพ้พลาสเตอร์ ควรเปลี่ยนชนิดใหม่ ไม่ควรเกาเพราะจะทำให้ผิวหนังรอบแผลช้ำถลอก เกิดการอักเสบ ติดเชื้อลุกลามขยายเป็นแผลกว้างได้ หากสังเกตว่าแผลมีอาการบวม แดง เริ่มรู้สึกปวดมากขึ้น ควรรีบมาพบแพทย์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้