เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล คืออุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายที่ให้ผลรวดเร็ว แม่นยำ และอ่านค่าง่ายผ่านหน้าจอแสดงผลดิจิตอล เหมาะสำหรับใช้ทั้งในบ้าน คลินิก และโรงพยาบาล ช่วยเฝ้าระวังอาการไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยกว่าปรอทแบบแก้ว และใช้งานสะดวกสำหรับทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
การเลือกใช้งานเทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรด
1. ย่านการวัดอุณหภูมิ (Range) : เลือกย่านการวัดอุณหภูมิให้เหมาะและครอบคลุมย่านการใช้งาน ย่านการวัดยิ่งสูง ราคาก็จะสูงตาม
2. หน่วยการวัดอุณหภูมิ (Unit) : หน่วยวัดอุณหภูมิเป็นองศาเซลเซียส (ºC) องศาฟาเรนไฮน์ (ºF) องศาเคลวิน (ºK)
3. การปรับตั้งค่า Emissivity : เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถในการแผ่รังสีความร้อนของวัตถุที่อุณหภูมิใดๆ
4. ความเที่ยงตรง (Accuracy) : ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ต้องการใช้ว่าต้องการความเที่ยงตรงในการวัดค่าอุณหภูมิมากน้อยแค่ไหน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการวัดค่า
5. ระยะห่างจากวัตถุและขนาดของลำส่อง (Distance to Spot Ratio) : วัตถุเป้าหมายต้องมีขนาดใหญ่กว่าขนาดของลำส่องที่ตกกระทบกับวัตถุเป้าหมาย หากวัตถุเป้าหมายมีขนาดเล็กกว่าลำส่อง ต้องเข้าไปให้ใกล้ขึ้น ความเที่ยงตรงเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นควรแน่ใจว่าวัตถุเป้าหมายมีขนาดใหญ่กว่าสองเท่าของลำส่องก็จะดีที่สุด
เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด สามารถใช้ได้กับทุกช่วงอายุได้รับความนิยมใช้ในสถานพยาบาลต่างๆ ใช้งานง่าย ปลอดภัยและอ่านค่าความร้อนได้แม่นยำแต่มีราคาแพงกว่าปรอทวัดไข้ประเภทอื่น เครื่องวัดอุณหภูมิประเภทนี้อ่านความร้อนอินฟราเรดจากด้านในของหูหรือหน้าผาก
วิธีใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด
- ✿ การวัดไข้ทางหู โดยการใส่เครื่องเข้าไปในรูหู ทำการดึงใบหูเพื่อให้เครื่องวัดอุณหภูมิอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และควรวัดซ้ำ 2-3 ครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิค่ะ
- ✿ การวัดไข้ทางหน้าผาก โดยการยิงแสงวัดไข้ไปที่บริเวณหน้าผ้าของลูกน้อย จากนั้นเครื่องก็จะแสดงค่าการวัดไข้ผ่านหน้าจอ
ข้อดี/ข้อเสียเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด
- ✿ ข้อดี สามารถตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายได้แม่นยำ ปลอดภัยและรวดเร็ว
- ✿ ข้อเสีย ราคาค่อนข้างแพง วิธีการใช้และการดูแลรักษาเครื่องอาจมีความยุงยากและควรระมัดระวังมากกว่าแบบอื่นค่ะ
ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล
ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล สามารถใช้งานได้ในทุกช่วงอายุ การใช้งานคล้ายกับปรอทวัดไข้แบบธรรมดาหรือแบบแก้ว แต่ ให้การอ่านที่แม่นยำกว่าผ่านหน้าปัดตัวเลขดิจิทัล มีเสียงเตือนเมื่อค่าอุณหภูมินิ่งและสามารถวัดได้หลายจุดในร่างกาย ได้แก่ การวัดไข้ทางปาก การวัดไข้ทางรักแร้ การวัดไข้ทางทวารหนัก เป็นต้น
วิธีการใช้ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล
- ✿ การวัดไข้ทางปาก เป็นการวัดอุณหภูมิจากใต้ลิ้นโดยให้ปลายเทอร์โมมิเตอร์อยู่ลิ้น เหมาะสำหรับเด็กที่สามารถสื่อสารได้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปรอทวัดไข้นี้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะอาจกัดจนปรอทแตกได้ค่ะ
- ✿ การวัดไข้ทางรักแร้ ด้วยการหนีบปลายเทอร์โมมิเตอร์ไว้ที่ใต้รักแร้ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายแต่อาจได้ผลไม่แม่นยำเท่ากับการวัดทางปากหรือทางทวาร เหมาะสำหรับการวัดไข้ในเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก
- ✿ การวัดไข้ทางทวารหนัก ด้วยการเสียบปลายเทอร์โมมิเตอร์เข้าไปทางก้น เป็นวิธีที่นิยกใช้วัดไข้เด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก ซึ่งควรทำอย่างระมัดระวังเพราะการเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บค่ะ
ข้อดี/ข้อเสีย ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล
- ✿ ข้อดี สะดวกใช้งานง่าย มีเสียงแจ้งเตือนเมื่อถึงการอ่านค่าที่แสดงการวัดไข้
- ✿ ข้อเสีย อาจเสียง่ายเมื่อมีการตกหล่นหรือกระแทก และไม่ควรนำไปล้างน้ำให้เปียกทั้งปรอท ควรเช็ดทำความสะอาดแค่บริเวณส่วนปลายที่ใช้วัดไข้
การแปลค่าตัวเลขของปรอท
- ✿ 41 องศาเซลเซียน ขึ้นไป เรียกว่า ไข้สูงมาก
- ✿ 39-41 องศาเซลเซียน เรียกว่า ไข้สูง
- ✿ 38-39 องศาเซลเซียน เรียกว่า ไข้ปานกลาง
- ✿ 37-38 องศาเซลเซียน เรียกว่า ไข้เล็กน้อย
- ✿ 36.5-37 องศาเซลเซียน เรียกว่า อุณหภูมิปกติ
- ✿ 35.5-36.5 องศาเซลเซียน เรียกว่า อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ
: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, เทอโมมิเตอร์กับการดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นไข้, เข้าถึงได้จาก: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/177 : ThaiNurseClub, สัญญาณชีพและการประเมินเบื้องต้น, เข้าถึงได้จาก: http://thainurseclub.blogspot.com/2014/06/blog-post_5022.html : หมอชาวบ้าน, การวัดปรอท, เข้าถึงได้จาก: https://www.doctor.or.th/article/detail/6756