ปลายประสาท | 365wecare
เข้าสู่ระบบ    | ยังไม่มีสินค้า  
หน้าแรก  รีวิวสินค้า  ปัญหาสุขภาพ  วิธีสั่งซื้อ  ข่าวสาร  ถาม-ตอบ  สาระน่ารู้  ติดต่อเรา 

 

ปลายประสาท

โรคปลายประสาทอักเสบ

 
 
     เป็นความผิดปกติของระบบประสาท ทำให้เกิดอาการชา หรือ เจ็บแปลบๆหรือชายุบยิบ ไวต่อการสัมผัส  ร้อนวูบวาบ เจ็บแสบเหมือนโดนพริกหรือถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน อาจมีอาการอ่อนแรง กล้ามเนื้อลีบ ระบบย่อยอาหารมีปัญหา อวัยวะคุณผู้ชายไม่แข็งตัว การยืน เดินเริ่มมีปัญหาเพิ่มความเสี่ยงต่อการการเป็นแผลและติดเชื้อบริเวณเท้า  อาจมีอาการบริเวณปลายนิ้ว แขน ขา  อาจพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่สามารถพบได้ทุกวัย บางชนิดโรคมีการลุกลามค่อยเป็นค่อยไป แต่บางชนิดก็ลุกลามเร็ว โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ตัวเอง
 
โรคปลายประสาทอักเสบอาจมีพบได้หลายบริเวณ และมีสาเหตุแตกต่างกัน สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
1.โรคเบาหวาน คนที่เป็นโรคเบาหวานมานาน และไม่สามารถที่จะคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ก็จะทำให้เกิดอาการชาจากปลายประสาทอักเสบ ซึ่งมักเรียกว่าโรค Diabetic neuropathies
2.การดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอล์
3.ขาดสารอาหารบางชนิด สารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายบางชนิด เช่น วิตามิน บี ซึ่งผู้ป่วยจะต้องดูแลอาหารการกินของตัวเองให้ดี แต่สาเหตุนี้มักจะพบได้น้อยในปัจจุบัน
3.โรคแพ้ภูมิตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้อีกกับโรคไทรอยด์บางชนิด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคติดต่อบางชนิด
4.พันธุกรรม
 
นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุที่อาจเป็นสาเหตุของโรคได้ ได้แก่
 
-การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านมะเร็ง ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น ยารักษาวัณโรคบางตัว สารตะกั่ว สารปรอท ถ้ารักษาจนดีขึ้นหรือขับสารพิษออกจนหมดก็สามารถหายจนกลับมาเป็นปกติได้
 
-การกดทับเส้นประสาทเฉพาะที่  ข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานาน ซึ่งมักจะมีอาการข้างเดียว เมื่อเส้นประสาทส่วนใดส่วนหนึ่งถูกกดทับ โดยเฉพาะในคนที่ต้องทำงานที่มีการใช้ข้อมือหนัก ๆ บ่อย ๆ จนเป็นการไปกดทับเส้นประสาทตรงบริเวณนั้น เช่น รับจ้างซักรีด, พิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์เป็นประจำ หรือแม้กระทั่งการเล่นกีฬาที่ต้องใช้มือเป็นประจำอีกด้วย
 
      นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่มีอาการคล้าย ๆ กับโรคปลายประสาทอักเสบ แต่เป็นอาการผิดปกติที่ที่ระบบประสาทส่วนกลาง หรือเป็นความผิดปกติที่เกิดความเสียหายต่อไขสันหลัง เช่นเกิดเนื้องอก หรือมีอะไรเข้าไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งพบได้บ่อยจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการชา อ่อนแรง และสูญเสียการทรงตัวไปในที่สุด ถือว่าเป็นอาการที่รุนแรงกว่าโรคปลายประสาทอักเสบอย่างมาก
 
ในการรักษาแบบทางเลือกธรรมชาติบำบัดที่เราอยากนำเสนอแก่ท่านผู้อ่านมีดังต่อไปนี้ค่ะ
1.Curcumin
      ในทางแพทย์อายุรเวท ได้มีการใช้ขมิ้นลดอาการปวดจากอาการปลายประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน เนื่องจากสารสกัดจากขมิ้นหรือสารเคอร์ดูมินมีคุณสมบัติต้านการอักเสบด้วยหลายกลไก
 
 
 
2.Evening Primrose Oil
     น้ำมันอีฟนิงพริมโรสอุดมด้วยกรดไขมันโอเมกา 6 กรดแกมมาไลโนเลนิค(gamma-linolenic acid-GLA)  และ กรดไลโนเลอิค (linoleic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารหุ้มเซลล์ประสาท GLA มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านการแข็งตัวของเลือด และช่วยขยายหลอดเลือด ซึ่งสามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานได้รวมถึงปลายประสาทอักเสบ
 
 
3.Alpha-Lipoic Acid(ALA)
     มีการรับรองอย่างเป็นทางการให้ใช้ alpha-lipoic acid หรือ ALA เพื่อรักษาอาการปลายประสาทอักเสบในเยอรมันและมีการใช้ต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ปี 1959 ALA มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านออกซิเดชั่นของ กลูต้าไธโอน วิตามิน ซี  วิตามิน อี และ โคเอนไซม์คิว10 พบว่าการรับประทาน ALA มีประสิทธิภาพในบรรเทาอาการปลายประสาทอักเสบ
 
 
4.Benfotiamin : Vitamin B1 (lipid-soluble derivative of vitamin B1(thiamine) 
     เนื่องจากละลายในไขมันทำให้ดูดซึมได้เร็วกว่ารูปที่ละลายในน้ำ และเข้าสู่เซลล์ประสาทได้ดีกว่า ช่วยให้อาการประสาทอักเสบดีขึ้น เป็นยาที่นิยมใช้ในประเทศรัสเซียในการรักษาประสาทอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานทั้งในเรื่องของปลายประสาทอักเสบและภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทตา สามารถเริ่มเห็นผลการรักษาภายใน 3 สัปดาห์แรกเมื่อใช้ในชนาดสูง และทำการรักษาต่อเนื่อง 6 สัปดาห์
 
 
5. Methylcobalamin : Vitamin B12
     เมทิลโคบาลามิน ขนาด 500 ไมโครกรัม วันละ 3 ครั้ง ทำให้อาการทางระบบประสาทในผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ดีขึ้น 
 
 
 
6. Fish Oil : Omega-3 Fatty Acids
     โอเมกา 3 ช่วยให้เยื่อหุ้มเซลล์ประสาทแข็งแรงและทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการปวดจากปลายประสาทอักเสบและทำให้หลอดเลือดเล็กๆทำงานดีขึ้น
 
 
 
คำแนะนำในการปฏิบัติตัว

1.หยุดสูบบุหรี่

2.จำกัดปริมาณเครื่องดื่มอัลกอฮอล์

3.ไม่ควรรับประทานวิตามิน บี 6 เกินขนาด( เกิน 250 มก. ต่อวัน ) ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการโรคปลายประสาทอักเสบ 

4.ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานาน ซึ่งไม่ควรที่จะอยู่แต่ในท่าใดท่าหนึ่งนานจนเกินไป ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานก็ควรที่จะรักษาระดับน้ำตาบในเลือดของตัวเองให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะให้ได้ และดูแลร่างกายให้แข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ

5.ถ้ามีโรคประจำตัวอย่างอื่นก็ให้ทานยารักษาโรคไปตามปกติที่แพทย์แนะนำและสั่งจ่ายให้ แต่ให้เพิ่มเป็นยาแก้ปวดหากปวดมาก และทานวิตามินเสริม โดยเฉพาะมีโคบาลามิน ที่จะช่วยส่งเสริมการซ่อมแซมเส้นประสาทต่างๆให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ พร้อมทั้งบรรเทาอาการชาและอาการข้างเคียงต่างๆให้ดีขึ้น

6.ออกกำลังกาย เช่น เดิน ครั้งละ 30 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ โยคะ หรือ ไทชิ ครั้งละ 30-90 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 

 
 
ขอขอบคุณข้อมูลดีจาก
1.Rakel, David. Integrative Medicine E-Book (Kindle Locations 26725-26727). Elsevier Health Sciences. Kindle Edition.
 


Copyright © 2011-2020 www.365WECARE.com | Site Map