การขับสารพิษ | 365wecare

วิตามิน อาหารเสริม เวชสำอาง บำรุงผิว อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ

เข้าสู่ระบบ    | ยังไม่มีสินค้า  
หน้าแรก  รีวิวสินค้า  ปัญหาสุขภาพ  วิธีสั่งซื้อ  ข่าวสาร  ถาม-ตอบ  สาระน่ารู้  ติดต่อเรา 

 

การขับสารพิษ

อาการที่บ่งบอกว่า อาจมีสารพิษหรือ Toxin อยู่ภายในร่างกายคุณ

 
โดย เวโรนิกา พอร์ทเตอร์ฟิลด์  วันที่ 14 สิงหาคม 2017
https://www.livestrong.com/article/67812-signs-toxins-body/
 
     รายงานของ EPA หรือองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของอเมริกา ในปี 2002 มีการใช้สารเคมีถึงกว่า 1 แสนชนิด ทั้งนี้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีใหม่ทุกปี โดยเป็นสารเคมีที่ใช้ในสินค้าต่างๆในสหรัฐอเมริกา  ทั้งในอาหาร  ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์  และเครื่องใช้ภายในบ้าน ดังนั้นคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่เราจะต้องเจอสารเคมีอยู่ทุกวี่ทุกวัน  มีตัวเลขที่น่ากลัวมากคือ พบสารเคมี และสิ่งปนเปื้อนกว่า 200 ชนิดอยู่ภายในรกเด็กถึง 10 คน ที่คลอดในโรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกาในช่วง เดือนสิงหาคม และกันยายน เมื่อปี 2004   จะเห็นว่า เราสัมผัสกับสารพิษตั้งแต่ก่อนเราจะเกิดเสียอีก  ซึ่งสารพิษ นอกจากจะก่อให้เกิดผลทางร่างกายแล้วยังอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตอีกด้วย อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายเราชักจะมีสารพิษจนเกินร่างจะรับได้และมีการแสดงออกทางระบบต่างๆของร่างกายดังนี้
 
อาการโดยทั่วไป
 
1.สารพิษอาจก่อให้เกิดอาการ เมื่อยล้า เหนื่อย เพลียเรื้อรัง  มีกลิ่นกาย   นอนไม่หลับ   มีอาการไวต่ออาหารและสารเคมี  ปวดศีรษะ  ถ้าหากคุณมีปัญหาตามที่ว่ามานี้และหมอก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วล่ะก็ สารพิษก็อาจจะเป็นสาเหตุของอาการดังกล่าวก็ได้นะคะ
อาการอักเสบ
     เนื่องจากสารพิษถือเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายคนเรา ดังนั้นร่างกายเราจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน เกิดเป็นอาการอักเสบ  และผลจากกระบวนการอักเสบนั้นเมื่อเกิดขึ้นมากๆอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมาได้แก่ โรคหัวใจ  สมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์  สะเก็ดเงิน  หอบหืด  หรือแม้แต่โรคข้ออักแสบข้อเสื่อม  และเมื่อเรายังคงมีสารพิษเข้าสู่ร่างกายก็จะทำให้การอักเสบที่เกิดขึ้นอยู่แล้วนั้นเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
 
2.อาการทางระบบทางเดินอาหาร
      ระบบทางเดินอาหารเป็นระบบหนึ่งในหลายๆระบบของร่างกายที่เป็นที่กำจัดสารพิษ และก็เป็นระบบที่สามารถสะท้อนอาการที่บ่งบอกว่าร่างกายมีสารพิษมากเกินจะรับไหว ได้แก่ ระบบย่อยอาหารผิดปกติ  อาหารไม่ย่อย  ท้องผูก  เป็นแผลในทางเดินอาหาร  ริดสีดวงทวาร  รวมถึงโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ
 
3.อาการทางระบบเนื้อเยื่อ ผิวหนัง
     ผิวหนัง เป็นอีกทางหนึ่งที่ร่างกายกำจัดสารพิษผ่านช่องทางนี้ ปัญหาระบบผิวหนังที่จะแสดงเพื่อบ่งบอกว่า ร่างกายเรามีสารพิษมากเกินไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น  สิว  ผื่นแพ้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเป็นจ้ำแดง สะเก็ดเงิน เป็นอีกอาการที่พบได้บ่อยๆในผู้ที่ได้รับสารพิษในปริมาณมาก
 
4.อาการทางสมอง
     อาการทางสมองหรือความจำแย่ลง ก็อาจเป็นอาการที่บ่งบอกว่ามีสารพิษในร่างกายได้ ไม่ว่าจะ ความจำเสื่อม  อารมณ์แปรปรวน  อาการที่ดูคล้ายสมองเสื่อมในวัยหนุ่มสาว ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าอาจจะได้รับสารพิษจำพวกโลหะหนักมากเกินไป
 
5.ฮอร์โมนแปรปรวน
      Xenoestrogens เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน  Xenoestrogens เป็นสารเคมีที่เลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมนในผู้หญิง ซึ่งนำไปสู่อาการปวดท้องประจำเดือน และ เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่  รวมถึงสำหรับคุณผู้ชาย Xenoestrogens ทำให้ระดับเอสโตรเจนสูงทำให้จำนวนเสปิร์มลดลง

    คราวนี้เรามาดูว่า  แล้วเราจะกำจัดสารพิษในร่างกายอย่างไรบ้าง จากเวบไซต์ livestrong.com ได้ให้คำแนะนำในการขจัดสารพิษที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ใน 6 ขั้นตอน ดังนี้ (จาก Quickest Way to Flush Your Body Clean of Toxins โดย  KAY UZOMA  AUG. 14, 2017)
 
 
Step 1
     เราควรขจัดสารพิษให้ออกจากร่างกายทุกวัน เนื่องจากความเป็นไปได้ที่เราจะได้รับสารพิษมีอยู่ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นคำแนะนำจาก ปีเตอร์ เบนเน็ท แพทย์ด้านธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า  ให้พยายามทานอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นออร์แกนิค รวมทั้งดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษให้ได้มากที่สุด เช่นน้ำยาทำความสะอาด  เครื่องสำอาง  น้ำหอม  ควันบุหรี่ และสารเคมีที่มากับอากาศ 
 
 
Step 2
      รับประทานใยอาหารหรือไฟเบอร์ให้ได้วันละประมาณ 30-40 กรัมต่อวัน  ดังที่ แอนน์ หลุยส์  กิทเทิลแมนเขียนไว้ในหนังสือของเธอชื่อ “การทานอาหารเพื่อขจัดสารพิษใน 1 วัน” กล่าวว่า ลำไส้ใหญ่เป็นเหมือนแหล่งรวบรวมขยะของร่างกายของคนเรา และไฟเบอร์หรือใยอาหารจะเป็นตัวนำส่ง ลำเลียง กำจัดกองขยะเหล่านั้นออกจากร่างกาย เราควรรับประทานผัก ผลไม้ที่ปราศจากสารเคมี หรือ แบบออร์แกนิค การทานถั่ว เมล็ดไม่ขัดขาว
 
 
Step 3
     ดื่มน้ำแครนเบอร์รีผสมน้ำส้มทุกวัน เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ช่วยปกป้องจากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ น้ำแครนเบอร์รีช่วยให้ตับย่อยไขมันได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาร์บูตินช่วยในเรื่องขับปัสสาวะซึ่งจะช่วยขจัดสารพิษออกไปจากร่างกายได้อีกช่องทางหนึ่ง
 
 
Step 4
     ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว ต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไตและเร่งการขับสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้น้ำยังช่วยป้องกันท้องผูกอีกด้วย
 
 
Step 5
     ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที ต่อวัน เพราะการออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้การออกกำลังกายทำให้เหงื่อออกซึ่งถือเป็นอีกทางหนึ่งในการกำจัดสารพิษออกจาก
ร่างกาย
 
 
Step 6
      การขัดผิวด้วย เกลือทะเลออร์แกนิค เกลือมีคุณสมบัติดึงสารพิษออกจากร่างกาย เพิ่มอัตราการระเหยของน้ำผ่านผิวหนัง นอกจากนี้เกลือยังช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ไม่ให้อุดตันรูขุมขน
 
      นอกจากนี้เรายังควรขจัดอารมณ์ที่เป็นพิษด้วยการทำสมาธิวันละอย่างน้อย 15 นาที เพราะอารมณ์ที่เป็นพิษไม่ว่าจะ โกรธ หดหู่  เศร้า  เสียใจ อิจฉาริษยา เป็นต้น ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ไม่ดีต่อร่างกายนะคะ 
 
 
 
 
ส่วนอาหารเสริมที่นะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายตามคำแนะนำของนายแพทย์เดวิด  จ็อคเกอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด เจ้าของเวบไซต์ drjockers.com มีดังนี้

1.Glutathione 
     กลูตาไธโอน เป็นสารต้านออกซิแดนท์  เป็นสารที่พบในทุกเซลล์ของร่างกาย แพทย์ด้านศาสตร์ชะลอวัยต่างเชื่อว่ากลูตาไธโอนเป็นตัวบอกว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานเพียงใด 
กลูตาไธโอน ถือเป็น “จ้าวแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ” หรือ “master anti-oxidant” ด้วยความที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่าวิตามิน ซี และ อี หลายเท่า
กลูตาไธโอน เป็นตัวขจัดสารพิษระดับเซลล์ ประมาณว่าร่างกายของคนเราต้องเผชิญกับการโจมตีจากอนุมูลอิสระกว่า 10000 ครั้ง และกลูตาไธโอนก็จะเป็นตัวปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ 
       กลูตาไธโอน สามารถย่อยสลายอย่างเร็วในทางเดินอาหาร และแหล่งที่จะให้กลูตาไธโอนแก่ร่างกายที่เราสามารถหาได้คือ N-Acetyl Cysteine (NAC) ทั้งนี้ N-Acetyl Cysteine เป็นตัวตั้งต้นของกลูตาไธโอน โดยขนาดรับประทานคือ 400-1200 มก. ต่อวัน
 
2.Alpha Lipoic Acid (ALA)
     ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงมากๆ และสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมันจึงทำให้ ALA สามารถเข้าสู่เซลล์ได้ทั้งในเซลล์ สมอง  ตับ  และ เซลล์ประสาท
ALA ช่วยปกป้องไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตพลังงานให้แก่เซลล์ ป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลายจากภาวะเครียดออกซิเดชันและจากสารพิษที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ALA ยังช่วยลดปฏิกิริยาการอักเสบ  ช่วยทำให้เกิดความสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันชองร่างกาย  มีคุณสมบัติช่วยขนัดสารพิษออกจากตับได้
ALA ขนาดรับประทาน  400-800 มก. ในรูป R-alpha lipoic acid วันละ 1-2 ครั้ง 
 
3.Milk Thistle 
      โดยสารสกัดที่สกัดจากเมล็ดของ milk thistle นี้ เรียกว่า ไซลิมาริน ถือเป็นตัวที่ช่วยกำจัดพิษตับโดยเฉพาะได้ดีมาก โดยมีคุณสมบัติหลัก คือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของกลูตาไธโอนในการต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้นอกจากจะช่วยปกป้องเซลล์ตับแล้ว ยังช่วยปกป้องไธรอยด์และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจากการทำลายจากรังสีแกมมาซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมไธรอยด์
ขนาดรับประทาน คือ 500-1000 มก. ต่อวัน
 
4.ซีลีเนียม
     ซีลีเนียม เป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือเรียกว่าสารแอนตีออกซิแดนท์ ช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ซีลีเนียมช่วยจับกับโลหะหนักในเลือดโดยเฉพาะสารจำพวกปรอทและกำจัดออกนอกร่างกายก่อนที่จะถูกสะสมอยู่ภายในเนื้อเยื่อในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ
ขนาดรับประทานอยู่ที่  200-400 (ในรูป L-selenomethionine )  ไมโครกรัม ต่อวัน 
 
5.Chlorella  และ  Spirulina
     สารสกัดจากสาหร่ายเป็นแหล่งของคลอโรฟิลล์และวิตามินเกลือแร่มากมาย  คลอโรฟิลล์ช่วยในการผลิตพลังงานให้สิ่งมีชีวิต ช่วยทำความสะอาดเลือดโดยการจับกับสารพิษในเลือด และนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและเข้าสู่เซลล์ ช่วยในการทำงานของระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย  
นอกจากนี้สาหร่าย เป็นแหล่งที่สำคัญของ แมกนีเซียมและซิงค์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย
     สำหรับโคลเรอลา มีสาร phytonutrient sporopollenin ซึ่งจะจับกับสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาทได้ดี ได้แก่พวกโลหะหนักเช่นปรอท  แคดเมียม  ตะกั่ว รวมถึงพวก เชื้อรา หรือ mold  ไลม์ หรือ lyme อีกด้วย
ขนาดรับประทานคือ 2-4 กรัม ต่อวัน
 
6.Activated Charcoal
     Activated charcoal มีลักษณะเหมือนฟองน้ำในการดูดซับสารพิษต่างๆและกำจัดออกนอกร่างกายทางอุจจาระ มีการศึกษาพบว่า Activated charcoal สามารถลดระดับสารพิษในร่างกายได้ถึง 60 % โดย Activated charcoal สามารถดูดซับได้ทั้ง คลอรีน  ยากำจัดแมลง และพืช เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ยีสต์ รวมถึงสารเคมีต่างๆได้อีกด้วย
ขนาดรับประทานคือ  500-1000  มก. ต่อวัน ขณะท้องว่าง แนะนำให้ทานก่อนนอน
 
 
อ้างอิง
1.VERONICA  PORTERFIELDS . The Signs of Toxin in Your Body https://www.livestrong.com/article/67812-signs-toxins-body/  สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 61
2.KAY UZOMA.   Quickest Way to Flush Your Body Clean of Toxins. www.livestong.com สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 61
3.Dr.David Jocker. 7 SUPPLEMENTS TO DETOXIFY YOUR BODY. www.drjockers.com สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 61
 


Copyright © 2011-2020 www.365WECARE.com | Site Map