ผม | 365wecare

วิตามิน อาหารเสริม เวชสำอาง บำรุงผิว อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ

เข้าสู่ระบบ    | ยังไม่มีสินค้า  
หน้าแรก  รีวิวสินค้า  ปัญหาสุขภาพ  วิธีสั่งซื้อ  ข่าวสาร  ถาม-ตอบ  สาระน่ารู้  ติดต่อเรา 

 

ผม

 ผมสุขภาพผม ( Hair)

สุขภาพผม คงไม่มีใครปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า ผมคือมงกุฎอันงามสง่าที่ธรรมชาติมอบให้ทุกคน ในเชิงสุขภาพ คนโบราณเชื่อว่าผมเป็นตัวชี้วัดถึงพลังในร่างกายแสดงถึงความเป็นหนุ่มเป็นสาว
การที่ผมป่วยสะท้อนถึงปัญหาทั้งภายในและภายนอก เราจึงนำปัญหาผมซึ่งพบบ่อยมาสะสางกันเสียที ด้วยเคล็ดลับดีๆ ที่ทำตามได้ไม่ยาก เพื่อการดูแลสุขภาพเรือนผมให้แข็งแรงและงดงามตลอดไป
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผมแห้ง แตกปลาย
 
1.ผมแห้ง แตกปลาย
คนเป็นจำนวนมากมีปัญหาเส้นผมแห้ง ปัญหานี้มักเกี่ยวเนื่องมาจากการที่เซลล์ของหนังศีรษะขาดน้ำมันและน้ำหล่อเลี้ยงผิว เส้นผมที่แห้งมักเปลี่ยนสีและแตก
ยิ่งถ้าเส้นผมต้องเผชิญกับแดดจัด ลมแรง การแปรงผม การหวีและการตกแต่งทรงผมที่หนักมือ ผมที่แห้งอยู่แล้วจะยิ่งแห้งกว่าเดิม
นอกจากนี้การไว้ผมยาวเกินไปทำให้น้ำมันจากรากผมไม่สามารถส่งมาหล่อเลี้ยงถึงปลายผมได้
 
เคล็ดลับการดูแลผมแห้ง แตกปลาย
Massage: การนวดหนังศีรษะเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกนวดผมให้ทั่วก่อนสระผม จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี
 
Shampoo: เลือกแชมพูอ่อนๆที่มีโปรตีนเป็นส่วนผสมสำคัญและใช้คอนดิชันเนอร์ด้วยทุกครั้ง
 
Nourish: หมักทรีตเมนต์และอบไอน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งสามารถช่วยให้ผมแห้งกลับมานุ่มสลวยเงางามได้
 
Comb: การหวีผมจะช่วยกระจายน้ำมันธรรมชาติที่สะสมมากมายที่หนังศีรษะ ให้หลั่งออกมาเคลือบเส้นผมให้ทั่วและเสมอกันตลอดความยาวของเส้นผม เหมือนกับการใช้คอนดิชันเนอร์ ในอดีตการสางผมเป็นวิธีที่นิยม จนทำให้ปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาว่า หากหวีหรือสางผมมากกว่าคืนละ 100 ครั้งจะทำให้ผมงาม
 
Trim: การเล็มปลายผมเหมาะสำหรับผู้ที่มีปลายผมแห้งมาก เพื่อป้องกันการแตกปลายของผมเส้นอื่นๆเพราะผมส่วนปลายเป็นส่วนที่มีอายุมากที่สุด และผ่านการกระทบกระทั่งมามากที่สุดด้วย  สารที่ก่อมลภาวะและเป็นอันตรายต่อเส้นผม เช่นสารเคมี คลอรีน แสงแดด และผลที่เกิดจากการ ตกแต่งเส้นผมย่อมทำให้ผมส่วนปลายนี้มีสภาพเสียหายมาก การเล็มผมส่วนนี้ทิ้งเสียบ้างอย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ
 
ข้อห้าม : ห้ามหวีผมตอนผมเปียก เพราะจะทำให้ผมเปราะขาดง่าย
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผมร่วง
 
 
2.ผมร่วง
ผมร่วงเป็นปัญหาสุขภาพผมที่มักทำให้เราๆ ท่านๆ หันกลับมาพิจารณาเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจกันมากขึ้นเพราะปัญหานี้นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว มักสัมพันธ์กับร่างกายและจิตใจด้วย
 
การขาดสารอาหารสำคัญซึ่งเป็นสาเหตุให้ผมร่วง
 
โปรตีน เนื่องจากเส้นผมนั้นประกอบด้วยโปรตีน การกินอาหารโปรตีนสูงจึงจะบำรุงผมให้ดกและงดงามดี
 
ธาตุเหล็ก
การขาดธาตุสังกะสี มักมีอาการของรังแคบนหนังศีรษะร่วมด้วย การขาดธาตุสังกะสีเล็กน้อยก็ทำให้ผมร่วงเร็วขึ้นได้
 
การขาดวิตามินบี โดยเฉพาะ บี12อาจทำให้เกิดปัญหาการดูดซึมธาตุเหล็กที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ เพราะหากขาดวิตามินชนิดนี้แล้ว การดูดซึมธาตุเหล็กจะลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้
 
การขาดสารจำพวกกรดไขมันจำเพาะ  คือโอเมกา 3 ประกอบด้วย 1. กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก (Alpha linolenic acid : ALA) 2. กรดไขมันอีพีเอ (Eicosapentaenic acid : EPA) 3. กรดไขมันดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid : DHA) และโอเมกา 6 กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic acid : LA) 
 
ความเครียด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เมื่อฮอร์โมนไม่สมดุล จะส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผม 
 
สารเคมี มลภาวะที่เกิดจากการใช้สารเคมีในอาหารและการรับประทานยาชนิดต่างๆ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาแก้หวัด หรือแม้กระทั่งการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมโดยไม่ได้คำนึงถึงสุขภาพของรากผม ทั้งหมดอาจมีบทบาทในการก่อปัญหาผมร่วงและผมบาง
ทรงผมดึงรั้ง จนทำให้เส้นผมที่ถูกดึงหยุดการงอกและหลุดร่วงได้เส้นผมที่เกิดขึ้นมาใหม่แทนที่ในโพรงขนเดิมอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ทำให้เส้นผมนั้นเล็กและสั้นลง เกิดปัญหาผมบางทั้งส่วนหน้าและบริเวณขมับทั้งสองข้าง
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รังแค 
 
3.รังแค
หลายคนเข้าใจผิดว่ารังแคคือสิ่งสกปรก แท้จริงแล้วรังแคคือหนังศีรษะที่แห้งจนหลุดลอก และหากหนังที่หลุดลอกนี้ไม่สามารถผลัดออกมาได้ด้วยตัวของมันเอง จะติดและสะสมอยู่ตามรากผมเป็นขุยขาวๆ ซึ่งเรียกว่า “รังแค” ถ้าหนังศีรษะมีน้ำมันมากเกินไป รังแคนี้ก็จะสะสมเป็นก้อนอยู่บนศีรษะ
 
การเป็นรังแคบางครั้งมีอาการผิวหนังอักเสบร่วมด้วย ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นแชมพู คอนดิชันเนอร์ หรือน้ำยาย้อมผม ในกรณีที่มีเชื้อยีสต์เข้ามาผสมโรงด้วย รังแคที่เกิดขึ้นอาจมีลักษณะพิเศษ คือมีอาการตามแนวของชายผมทั้งด้านหน้าและด้านหลังใบหู สะเก็ดรังแคอาจมีลักษณะของผิวอักเสบ และมีสีของสะเก็ดรังแคออกเหลือง เพราะการอักเสบทำให้น้ำมันหลั่งออกมามากขึ้น และจับตัวกับเยื่อผิวที่หลุดลอกเป็นกลุ่มก้อน
นอกจากนี้รังแคอาจเกิดจากการที่เส้นผมถูกแดดลมมากเกินไป หรือมีคราบแชมพูที่ล้างออกไม่หมดเกาะอยู่บนหนังศีรษะตลอดจนการใช้สเปรย์ฉีดผมมากเกินความจำเป็น นอกจากนั้นอาจเกิดจากการได้รับยาบางชนิด
 
บันได 8 ขั้นของการขจัดรังแค
1.ใช้แชมพูสูตรอ่อนสระผมเป็นประจำ หากไม่ได้ผลให้ใช้แชมพูสูตรขจัดรังแคโดยเฉพาะ
2.หลีกเลี่ยงการเกาหรือกระทำการใดๆ ที่ทำให้หนังศีรษะเกิดแผลอักเสบ
3.พยายามใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดและแห้งเช็ดผม หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าที่เปียกชื้น
4.นวดด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดก่อนสระผม
5.หลีกเลี่ยงอาหาร เช่น น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต น้ำมันไขมันสัตว์ และมาร์การีน
6.รับประทานอาหารเสริมที่มีธาตุสังกะสี วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินอี
8.กินน้ำมันที่มีกรดไขมันจำเป็น เช่น น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันปลา
 
ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ข้อห้าม: จากความเข้าใจผิดที่ว่า รังแคคือสิ่งสกปรก จึงทำให้มีการเลือกใช้แชมพูที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ด้วยคิดว่าจะทำให้ผมสะอาด ทว่าแชมพูที่แรงขึ้นเป็นตัวทำให้หนังศีรษะแห้งมากขึ้น เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ และสระบ่อยขึ้น มักลงเอยด้วยอาการระคายเคืองที่รุนแรงกว่าเดิม
 
วิตามินที่ช่วยลดการเกิดรังแค
วิตามิน เอ สำคัญต่อสุขภาพผิว ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน  คุณต้องได้รับวิตามิน เอ ให้เพียงพอ หากคุณมีปัญหาเรื่องผิวพรรณรวมถึงหนังศีรษะ โดยวิตามิน เอช่วยในการทำงานของเซลล์ผิว และช่วยบรรเทาอาการรังแค
วิตามิน บี จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย มีส่วนในการเจริญเติบโตของเซลล์ การแบ่งตัวสร้างเซลล์ใหม่  ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีนำส่งสารอาหารไปสู่ผิว
วิตามิน ซี  ช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นความแข็งแรงของระบบภูมคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งการเกิดรังแคส่วนหนึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ นอกจากนี้วิตามิน ซี ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้นส่งผลต่อสุขภาพผิวและผม
ซิงค์ จำเป็นต่อการเจริญและการแบ่งตัวของเซลล์ รวมถึงเซลล์ผิวผม หนังศีรษะ และเล็บ เมื่อร่างกายขาดซิงค์จะทำให้เกิดเป็นรังแค หรือผื่นแดงแพ้ได้
 
ขอบคุณข้อมูลจาก Vitamins for Dandruff BY  MELINDA L. SECOR  AUG. 14, 2017 
จากเวบไซต์ https://www.livestrong.com/article/213438-vitamins-for-dandruff/
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หงอกก่อนวัย
 
4.ผมหงอกก่อนวัย
 
หลายคนหลงรักริชาร์ด เกียร์ เพราะผมขาวของเขาช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูอบอุ่น ใจดี แต่ถ้าถามคนไทยที่มีผมสีดำกันมาแต่เกิดว่า อยากเป็นแบบริชาร์ดไหม หลายคนคงได้แต่ส่ายศีรษะและอยากให้ผมดับขลับอยู่กับเราให้นานที่สุด
อย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบกับปัญหาผมหงอกก่อนวัย ไม่ว่าจะค่อยๆ กลายเป็นสีดอกเลาหรือหงอกหร็อมแหร็มไปจนถึงหงอกเป็นหย่อมๆ ก่อนวัย 40 ปี จนทำให้กุมขมับได้เหมือนกัน
 
นายแพทย์โกวทมาน กฤษณมูรติ (Dr. Gowthaman Krishnamoorthy) ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ Dr. Gowthaman’s Ayurveda Panchakarma Center เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย อธิบายปัญหานี้ว่าเกิด จากการขาดสารอาหาร เช่นวิตามินบี ธาตุเหล็กทองแดง และไอโอดีน
 
นอกจากนี้อาจมาจากความเครียด สุขภาพหนังศีรษะไม่ดี การใช้แชมพูที่มีฤทธิ์แรงเกินไป หรืออาจจะเกิดจากสารเคมีในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมชนิดอื่นๆ และที่สำคัญ ในบางคนเกิดจากพันธุกรรม
 
การศึกษาในวงการแพทย์ยังพบว่า การกินอาหารบางประเภทมากเกินไป ได้แก่ ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์อาหารประเภททอด อาหารมันๆ อาหารรสจัด เช่น เปรี้ยวจัด หรือ
อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะเป็นตัวลดการลำเลียงสารอาหารไปส่งยังต่อมผม (Hair Follicles) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาผมหงอกก่อนวัย
 
การเป็นโรคหรืออาการบางอย่างก็ทำให้ผมหงอกก่อนวัยได้เช่นกัน เช่น มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ทั้งไฮเปอร์ไทรอยด์และไฮโปไทรอยด์ อาการโลหิตจางเนื่องจากขาดวิตามินบี 12 หรือร่างกายได้รับวิตามินบี 12 น้อย การป่วยเป็นโรคด่างขาว การเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าปกติ
เคล็ดลับการดูแลอาการผมหงอกก่อนวัย
Herb: เดิมทีเรารู้จักใบบัวบกจากสรรพคุณแก้ช้ำใน หรือไม่ก็พูดติดตลกกันว่าดื่มแก้อกหักได้ผลชะงัด แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า หนึ่งในสรรพคุณที่ใช้เป็นยาของใบบัวบกนั้นคือ ช่วยยับยั้งการหงอกของเส้นผมได้
 
อ้างอิง
1.ข้อมูลจาก https://food.ndtv.com
2.ขอบคุณข้อมูลจาก Vitamins for Dandruff BY  MELINDA L. SECOR  AUG. 14, 2017 
จากเวบไซต์ https://www.livestrong.com/article/213438-vitamins-for-dandruff/
3.นิตยสารชีวจิต
 


Copyright © 2011-2020 www.365WECARE.com | Site Map