ควบคุมน้ำหนัก | 365wecare

วิตามิน อาหารเสริม เวชสำอาง บำรุงผิว อุปกรณ์ดูแลสุขภาพ

เข้าสู่ระบบ    | ยังไม่มีสินค้า  
หน้าแรก  รีวิวสินค้า  ปัญหาสุขภาพ  วิธีสั่งซื้อ  ข่าวสาร  ถาม-ตอบ  สาระน่ารู้  ติดต่อเรา 

 

ควบคุมน้ำหนัก

 ความอ้วน

 
 
        “กำลังลดน้ำหนัก” คำพูดติดปากหลายๆคน  ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย  ไม่ว่าจะอวบอ้วน หรือแม้แต่ผอมเพรียว ก็ล้วนกำลังลดน้ำหนักด้วยสารพัดวิธี หลายๆคนก็มีวินัยทำได้ตลอดรอดฝั่งในขณะที่อีกหลายคนก็โอดครวญและรู้สึกขี้เกียจ ทั้งๆที่ตอนแรกก็ตั้งเป้าซะดิบดี แต่พอตัวขี้เกียจเกาะ ก็ค่อยๆยุบโครงการไปซะอย่างนั้น
 
ก่อนอื่น เราขอชี้แจงนิยามตามที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้สำหรับคำว่า “น้ำหนักเกิน” และ “โรคอ้วน” ให้เป็นความรู้สักนิดนะคะ องค์การอนามัยโลก ให้นิยามว่า น้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนหมายถึง ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันในส่วนต่างๆของร่างกายเกินปกติ จนเป็นปัจจัยเสี่ยง หรือ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆที่ส่งผลถึงสุขภาพ จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้
 
ในที่นี้เราจะใช้ค่า “ดัชนีมวลกาย” หรือ “Body Mass Index (BMI)” ซึ่งคำนวณโดยการนำ น้ำหนัก(กิโลกรัม) หารด้วยความสูง(เมตร) หน่วยเป็น กก./ตารางเมตร (kg/m2 )
 
“น้ำหนักเกิน” คือการที่มีค่า BMI มากกว่า 25 กก/ม2
“โรคอ้วน”  คือการมีค่า BMI มากกว่า 30 กก/ม2
 
เราอยากให้ทุกท่านมีสุขภาพที่ดี ทั้งกายและใจ สวยจากภายใจสู่ภายนอก จึงอยากจะเสนอ วิธีลดน้ำหนัก ไม่ว่าคุณจะอ้วนหรือไม่อ้วนก็ตาม.....
 
 
วิธีลดน้ำหนักให้ได้ผลจากเวบไซต์ livestrong.com 
 
1.ตั้งเป้าให้ชัดเจนและเป็นไปได้ เช่น ลดน้ำหนักให้ได้ ครึ่งถึงหนึ่ง กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์ เราควรตั้งเป้าหมายระยะสั้น และเมื่อเราประสบความสำเร็จเราจะได้มีกำลังใจมุ่งมั่นต่อไปค่ะ  
 
2.เริ่มต้นทีละน้อย ค่อยๆเป็น ค่อยๆไปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลด งด ทานอาหารจำพวกแป้ง ไขมันที่ชื่นชอบ ควรเริ่มจากค่อยๆลดค่ะ รวมถึงการออกกำลังกายก็เช่นกันค่ะ การออกกำลังหักโหมตั้งแต่แรกเลยอาจทำให้เราเกิดความเหนื่อยล้าจนทำให้ท้อแท้ และล้มเลิกไปในที่สุด
 

3.ออกกำลังกายโดยเริ่มต้นทีละน้อย เช่น เริ่มจากจอดรถให้ไกลขึ้นกว่าเดิมนิดนึงก่อน  เดินขึ้นบันไดถ้าไปแค่ชั้นสอง เป็นต้นนะคะ  ออกกำลังกายมีหลายรูปแบบ คุณอาจจะลองไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจออะไรที่ใช่สำหรับคุณค่ะ  หรือไม่ก็ออกกำลังให้หลากหลาย เช่น ออกกำลังกายแบบแอโรบิค ได้แก่ เดิน หรือ จอกกิ้ง  หรือการออกกำลังเพื่อเสริมสร้างและเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ  เช่น ยกเวท ซิทอัพ รวมทั้งการยืดเหยียด เช่น โยคะ โดยตั้งเป้าไว้ที่ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน  5 วันต่อสัปดาห์

4.อาหาร อันดับแรกต้องลดอาหารจำพวกแป้ง และไขมัน และจำกัดปริมาณแคลอรีที่รับประทานต่อวัน ที่ไม่เกิน 1000 แคลอรี นะคะ
 


ส่วนอาหารเสริมที่มีการศึกษาพบว่าสามารถช่วยลดน้ำหนัก ที่ได้รับการศึกษาดังที่มีในรายการอาหารเสริมจากการสำรวจในสหรัฐอเมริกาที่พบว่ามีผลว่าลดน้ำหนักได้ ได้แก่
 
 
1.African Mango  
โดยมะม่วงอัฟริกันนี้ เป็นมะม่วงป่าที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันตก มีคุณสมบัติในการสลายเซลล์ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันกลุ่ม  LDL (ไขมันเลว) และสามารถทำงานได้ 2 หน้าที่พร้อมกันคือ
- ลดการย่อยและการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตอย่างง่าย และเสริมสร้างเมตาบอลิซึม (ระบบดูดซึมอาหาร) ของร่างกาย
- เพิ่มการเผาผลาญอาหาร เพื่อจำกัดการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันสะสม
 

2.โครเมียม พิโคลิเนท  
มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้พลังงานไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกาย มีความสำคัญอย่างยิ่งกับขบวนการเมตาลิซึมของคาร์โบไฮเดรต และช่วยเสริมการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดเข้าไปในเซลล์ เพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานสำรอง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และช่วยลดความอยากน้ำตาล
 

3.Conjugated Linoleic Acid  หรือ CLA  CLA จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมันจำเป็น ชนิดโอเมก้า-6 (Essential Omega-6 Fatty Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันอีกรูปแบบหนึ่งของกรดลิโนเลอิค ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตขึ้นได้เอง จึงต้องได้จากการรับประทานเท่านั้น  แหล่งอาหารที่พบ CLA มาก ได้แก่ น้ำมันดอกทานตะวัน เนื้อแดงและผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว โดยกลไกดังต่อไปนี้
 
3.1.CLA ช่วยลดการสะสมไขมันส่วนเกิดขึ้นมาใหม่ โดย CLA จะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลโปโปรตีนไลเพส
 
3.2.ช่วยให้ร่างกายลดการสะสมของไขมันที่ชั้นใต้ผิวหนัง โดยที่ CLA จะเป็นตัวช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมไว้ในร่างกายนั่นเอง

 
4.โอเมก้า3    ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ลดโคเลสเตอรอล ช่วยลดความอยากกินอาหาร และส่งเสริมเลปทินทำงานได้ดีขึ้น โอเมก้า 3 หาได้จากเนื้อปลา ปลาทะเลน้ำลึก และยังพบในพืชจำพวกถั่ว
 
 
5.วิตามินดี ช่วยลดน้ำหนักโดยการทำงานร่วมกับอินซูลิน ให้สามารถช่วยจับน้ำตาลเข้าเซลล์ไปเผาผลาญ สำหรับคนที่มีวิตามินดีน้อย แม้ว่าจะมีอินซูลินมาก ก็จะจับน้ำตาลได้ไม่หมด ทำให้น้ำตาลถูกเก็บสะสมไปเป็นไขมันจนเราอ้วนขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้แล้ววิตามินดียังเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเกี่ยวกับประสาทรับความรู้สึกที่ทำให้เราอิ่ม คือฮอร์โมน เลปทินจะคอยทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้สมองทราบว่าเราอิ่มแล้ว ไม่ต้องกินอีกแล้ว ทำให้เราไม่อยากอาหาร ถ้าคนที่ขาดวิตามินดี จะทำให้ฮอร์โมนเลปทินน้อยตามไปด้วย ก็จะทำให้เรากินไม่หยุดนั่งเอง  ซึ่งเลปทินมีอยู่ในถั่วเหลืองค่ะ
  
ท้ายสุดนี้ หวังว่าคุณหนุ่มๆสาวๆทุกท่านจะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักนะคะ ยังไงหากมีข้อสงสัยประการใด หรือใครลองแล้วได้ผล ก็มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะคะ  
 
 
 
 
 
แนะนำผลิตภัณฑ์ ควบคุมน้ำหนัก
 


Copyright © 2011-2020 www.365WECARE.com | Site Map