ไขมันในเลือดสูง | 365wecare
เข้าสู่ระบบ    | ยังไม่มีสินค้า  
หน้าแรก  รีวิวสินค้า  ปัญหาสุขภาพ  วิธีสั่งซื้อ  ข่าวสาร  ถาม-ตอบ  สาระน่ารู้  ติดต่อเรา 

 

ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง

 

                โรคไขมันในเลือดสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อย โรคนี้เป็นภัยเงียบ เนื่องจากเป็นโรคที่ค่อยๆเกิดขึ้น ไม่มีอาการผิดปกติใดๆให้สังเกต แต่หากไม่ทำการรักษาเพื่อให้ระดับไขมันลดลงสู่ระดับที่ควรจะเป็น ผลเสียที่จะเกิดขึ้นคือภาวะเส้นเลือดอุดตันซึ่งมักถูกเรียกรวมๆกันว่า โรคของระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคเหล่านี้เมื่อเป็นแล้วมักจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง สูญเสียเงินในการรักษามาก และอาจมีความรุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โรคดังกล่าวนี้ ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง (หรือที่รู้จักกันในชื่อของอัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคเส้นเลือดที่ขาตีบตัน 

                ไขมันที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดของเรานั้นแท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นเองภายในร่างกายมากถึง 75% ส่วนที่เหลืออีก 25% นั้นเป็นไขมันที่ได้รับจากอาหาร ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า มีปัจจัยหลายชนิดที่ส่งผลให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง ทั้งความผิดปกติทางพันธุกรรมที่แต่ละคนจะมีอัตราการสร้างไขมันที่มากน้อยแตกต่างกันไป รวมถึงปริมาณไขมันส่วนเกินจากอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ดังนั้น การรักษาโรคนี้จึงต้องอาศัยทั้งการใช้ยาเพื่อลดการสร้างไขมันในร่างกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดการเผาผลาญสารอาหารต่างๆโดยเฉพาะสารอาหารจำพวกไขมันได้ดีมากยิ่งขึ้น และการควบคุมปริมาณอาหารไขมันนั้นถือเป็นส่วนเสริมสำคัญที่ทำให้เกิดการควบคุมปริมาณไขมันในเลือดที่มีประสิทธิภาพ 

                ไขมันหรือ cholesterol ที่สำคัญได้แก่ low-density lipoproteins (LDL) และ high-density lipoproteins (HDL)  สำหรับ LDL  นั้นถือว่าเป็นไขมันเลว หรือ “bad” cholesterol เนื่องจากตัวมันจะพาไขมันไปทั่วร่างกาย  หากปล่อยให้ระดับไขมันในร่างกายสูงจะทำให้เกิดการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือดมากขึ้น ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดแคบหรือตีบทำให้การส่งผ่านอออกซิเจนมีปัญหา การส่งเลือดเข้าสู่หัวใจช้า ไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้ หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ส่วน HDL ถือว่าเป็นไขมันดี “good cholesterol” เนื่องจาก เป็นตัวที่พาไขมันจากเลือดเข้าสู่เซลล์ และเข้าสู่ตับเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่และบางส่วนก็กำจัดออกนอกร่างกาย 

                คนปกติจะต้องมีค่าโคเลสเตอรอลรวมน้อยกว่า 200 มก./ดล. ไตรกลีเซอไรด์น้อยกว่า 170 มก./ดล. ไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งเป็นไขมันที่ทำหน้าที่จับโคเลสเตอรอลจากเซลล์ของร่างกายและนำไปกำจัดทิ้งที่ตับ ควรมีค่ามากกว่า 60 มก./ดล. ส่วนไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ควรน้อยกว่า 130 มก./ดล.


อาการของผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงนั้นมักไม่พบอาการผิดปกติแสดงออก จะรู้ได้ด้วยผลการตรวจเลือดเท่านั้น ซึ่งก็ยิ่งเป็นความเสี่ยงต่อโรคของระบบหลอดเลือดและหัวใจมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจะเป็นการดีหากเราได้รับการตรวจอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะกลุ่มประชากรดังต่อไปนี้ 


1.    ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ 


2.    ผู้ที่มีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป หากผลตรวจปกติ และไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และอายุยังไม่เกิน 45 ปี (ผู้ชาย) หรือ 55 ปี (สำหรับผู้หญิง) ไม่มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจในครอบครัวตั้งแต่อายุน้อย (ผู้ชายไม่เกิน 55 ปี และผู้หญิงไม่เกิน 65 ปี) และยังไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ควรตรวจซ้ำในอีก 5 ปีข้างหน้า หากมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้วและตรวจพบไขมันในเลือดปกติก็ตรวจซ้ำในอีก 1-3 ปี

 

การรักษา

      การรักษาจะเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร เพื่อลดระดับไขมันในเลือด ได้แก่ ลดน้ำหนักหากท่านมีน้ำหนักเกิน  ปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทาน โดยพยายามรับประทานผัก  ผลไม้   ปลาโดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ซาลมอน เนื่องจากปลาเหล่านี้มีปริมาณโอเมกา 3 สูง

      หากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำรงชีวิตไม่ประสบผลสำเร็จ ก็จำเป็นจะต้องใช้ยาลดไขมันในเลือดซึ่งมีมากมายหลายด้วยกันซึ่งต้องอยู่ในการวินิจฉัยของแพทย์ ในส่วนของการรักษาตามแบบของคุณหมอแอนดรูว์ ไวล์ นั้นท่านมีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ

1.ลดน้ำหนัก  โดยการออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร

2.ลดการรับประทาน แป้งและน้ำตาล  มีผลการวิจัยพบว่า แป้งและน้ำตาลก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจยิ่งกว่าไขมันเสียอีก

3.หลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันทรานส์ โดยเฉพาะไขมันที่ผ่านกระบวนการ hydrogenated หรือ น้ำมันซึ่งผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน  เนื่องจากมันจะไปเพิ่มปริมาณ LDL หรือไขมันเลว และลดปริมาณ HDL หรือไขมันดี  ไขมันทรานส์จะพบอยู่ใน เนยขาว มาการีน  คุกกี้และขนมอบเป็นต้น

4.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 30 นาที เป็นอย่างน้อย จะช่วยเพิ่มปริมาณไขมันดี หรือ HDL ได้

5.ลด และ งด การสูบบุหรี่ เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคของระบบหลอดเลือดและหัวใจ นอกจากนี้การสูบบุหรี่อาจจะมีความสัมพันธ์กับระดับปริมาณ HDL หรือไขมันดี ที่ลดลง

6.การพัก หรือ ผ่อนคลาย ความเครียดทางอารมณ์ทำให้ร่างกายปลดปล่อยไขมันเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด ดังนั้นการผ่อนคลายความเครียดช่วยลดระดับไขมันได้ การผ่อนคลายดังกล่าวทำได้หลายวิธี เช่น การฝึกการหายใจ การฝึกทำสมาธิ  การเล่นโยคะ  ไทชิ เป็นต้น

 

 

 


อาหารที่มีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือด

1.อาหารประเภทถั่ว ควรรับประทานถั่วทุกวัน ควรเลือกเป็น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์  วอลนัท  ซึ่งล้วนมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

2.รับประทานโปรตีนจากพืชทดแทนการรับประทานโปรตีนจากสัตว์  เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง

3.กระเทียม มีผลการศึกษาวิจัยมากมายหลายชิ้นว่าสามารถลดระดับไขมันในเลือดได้

4.ดื่มชาเขียว เนื่องจากมีสารแอนตีออกซิแดนท์ช่วยลดไขมันในเลือดอีกทั้งยังข่วยป้องกันเซลล์จากการทำงานของสารอนุมูลอิสระทีเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของไขมัน

5.รับประทานไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้เพิ่มขึ้น เช่น ถั่วต่าง ๆ แอปเปิล  ผลไม้รสเปรี้ยว  ข้าวโอ๊ต  ข้าวบาร์เล่ย์  แครอท  แฟล็กซีด  โดยเฉพาะแฟล็กซีดนั้นนอกจากจะมีไฟเบอร์แล้วยังมีโอเมกา 3 อีกด้วยนะคะ ซึ่งไฟเบอร์ช่วยลดระดับไขมันในเลือด   นอกจากนี้ไฟเบอร์จาก psyllium   ที่มีผลการศึกษาวิจัยยืนยันผลในการลดไขมันในเลือด


6.จำกัดปริมาณการรับประทานแป้งขัดขาว เช่น เค้ก  คุกกี้  ขนมปัง ซึ่งจะลดไขมันที่ดี แต่เพิ่มไขมันเลว

7.รับประทาน Coenzyme Q10 ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนท์ ด้วยการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของไขมัน และช่วยให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อหัวใจ และช่วยลดความดันเลือด

8.รับประทานน้ำมันปลา ซึ่งเป็นแหล่งของโอเมกา 3 ซึ่งมีรายงานการศึกษาว่าช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ ลดอาการอักเสบ จึงช่วยปัองกันหรือชะลอความผิดปกติเนื่องจากการอักเสบได้เช่น อาการหัวใจวาย เป็นต้น และยังช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือดได้  คุณหมอแอนดรูว์ ไวล์ได้แนะนำให้รับประทานน้ำมันปลาวันละ 2000 มิลลิกรัม


9.Probiotics  การรับประทานโพรไบโอติคขนาดสูง 60-100 พันล้านตัว  ต่อวัน ช่วยลดคอเลสเตอรอลรวมในเลือดหรือ Total cholesterol (TC)ได้ 9%   ลด LDL-C ได้ 8% และลดไตรกลีเซอไรด์ (TG) ได้ 10% ด้วยการทำให้น้ำดีย่อยไขมันและคอเลสเตอรอลได้ดีขึ้น

10.Resveratrol  เรสเวอราทรอลช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL โดยยับยั้งการทำงานของ acyl-coA cholesterol acyltransferase(ACAT) และยับยั้งการสร้าง cholesterol ester  ช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำดี  ทำให้สามารถลด คอเลสเตอรอบรวมในเลือด (Total cholesterol-TC)  ไตรกลีเซอไรด์ และ ลด LDL ในขณะที่เพิ่มไขมันดีหรือ HDL ยังยั้งการดึงไขมันกลับ นอกจากนี้พบว่า การรับประทานร่วมกับ N-acetyl cysteine (NAC) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยังยั้งการดึงไขมันกลับ

11.Pomegranate  สารสกัดจาก Pomegranate เพิ่มการจับกับ HDL และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิแดนท์ที่แรง  ช่วยลด LDL  ลดการดึงกกลับของ LDL ลดการเกาะผนังหลอดเลือดของไขมัน  นอกจากนี้ยังยับยั้งการหนาตัวขึ้นของผนังหลอดเลือดที่คอ และช่วยลดความดันเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เกิด oxidative stress หรือปฏิกริยาออกซิเดชั่น ทำให้เกิดการเกาะของก้อนไขมันบริเวณหลอดเลือดใหญ่ และในผู้ป่วยที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์ และ HDL  ผิดปกติ

12.Lycopene ไลโคปีนสูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและสามารถลดระดับไขมันชนิดเลวได้ดี ได้แก่ LDL ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มไขมันตัวที่ดี คือ HDL  การศึกษาโดยการสังเกตและวิเคราะห์ไปข้างหน้า (Prospective cohort) พบว่าหญิงที่รับประทานมะเขือเทศเป็นหลักอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 7-10 มื้อ จะลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย ระดับไลโคปีนในซีรัมที่สูงจะลดอัตราการเกิดหลอดเลือดใหญ่ที่คอเกิดการหนาตัวรวมถึงภาวะหลอดเลือดใหญ่ที่คอแข็งตัว


 

 

ข้อควรปฏิบัติ เมื่อไขมันในเลือดสูง

1.ควบคุมอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไขมันสัตว์ สมองสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง หนังเป็ด หนังไก่ มะพร้าว อาหารที่มีกะทิ หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงด้วย ควรระวังอาหารพวกแป้ง น้ำตาล เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ผลไม้รสหวานจัด

2.รับประทานอาหารประเภทเนื้อปลา เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน นมพร่องมันเนย

3.หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์ เพราะมีฤทธิ์สะสมไขมันตามเนื้อเยื่อ

4.หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เจียว ควรใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งมีกรดไลโนเลอิกเป็นตัวนำ โคเลสเตอรอลไปเผาผลาญซึ่งจะช่วยในการดูดซึมไขมันสู่ร่างกายน้อยลง

5.ควรเพิ่มอาหารประเภทผักใบต่าง ๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้ใยและกาก เช่น คะน้า ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น เพื่อช่วยในการดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง

6.การออกกำลังกาย จะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดและเพิ่มระดับของ HDL ควรทำอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที การออกกำลังกายที่ดี เช่น การเดินเร็ว จ๊อกกิ้ง เต้นรำ ขี่จักรยาน

7.งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ HDL ในเลือดต่ำลง เพราะบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด

8.ปรึกษาแพทย์ ติดตามผล การปฏิบัติตัว บางระยะอาจต้องใช้ยาช่วยปรับระดับไขมันในเลือดสูง ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แนะนำและติดตามผลการรักษาต่อไป


 


 อ้างอิง

Dr. Andrew Weil, High Cholesterol, [online] https://www.drweil.com/health-wellness/body-mind-spirit/heart/high-cholesterol/

ภญ.วิภารักษ์ บุญมาก, ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เรื่องไขมันในเลือดสูงกับอาหาร [online] http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/411/%E0%B9%84%E

0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8

%B9%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/


Webmd.com, Supplement Smarts for Cholesterol and Triglycerides, [online] https://www.webmd.com/cholesterol-management/supplements#2

ภาพประกอบจาก

https://www.slideshare.net/MedilineClinics/high-cholesterol-treatment-65692014

https://www.ytsubscribers.com/what-are-foods-that-will-lower-your-cholesterol/

https://doctor.ndtv.com/living-healthy/13-health-benefits-of-fish-oil-you-never-knew-1843631

 



Copyright © 2011-2020 www.365WECARE.com | Site Map